หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
งานสัมมนา
โครงการอบรม
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


สนใจรับวิจัยธุรกิจและความรู้กรุงไทย SME ทางอีเมล์
Krungthai SME

ภาษีการนำเข้าและส่งออกสินค้าประเภทอาหาร

 

 ภาษีการนำเข้าและส่งออกสินค้าประเภทอาหาร

 1. การนำเข้าสินค้าประเภทอาหาร

1.1 ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบในการผลิตอาหารประกอบด้วย

      (1) การจดทะเบียนพาณิชย์ และการขอเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร

            กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ให้จดทะเบียนพาณิชย์ต่อนายทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ได้จดทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทต่อนายทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ก็สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้

      (2) การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้นำเข้าสินค้าทุกชนิดเว้นแต่สินค้าพืชผลทางการเกษตรจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

      (3) การหาสินค้าที่ต้องการจากประเทศต่างๆ

      (4) การติดต่อ สั่งซื้อสินค้า

      (5) การชำระเงินค่าสินค้าผ่านธนาคาร

      (6) จัดเตรียมเอกสารเพื่อการนำเข้าสินค้า

·      ใบขนสินค้าขาเข้า (Import Declaration)

·      ใบตราส่งสินค้าทางเรือ (B/L-Bill of Lading), ทางอากาศ (AWB-Air Way Bill)

·      บัญชีราคาสินค้า (Invoice)

·      บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List)

·      ใบอนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า (ถ้ามี) (Import License)

·      ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificates of Origin) กรณีขอลดอัตราอากร

·      ใบแจ้งยอดเบี้ยประกัน (Insurance Premium Invoice) ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า

·      เอกสารอื่น ๆ เช่น เอกสารแสดงส่วนผสม คุณลักษณะและการใช้งานของสินค้า  Material Safety Data Sheet, Catalog แค๊ตตาล๊อก

      (7) ติดต่อผ่านพิธีการศุลกากร  

• การขึ้นทะเบียนระบบ Paperless

•    พิธีการประเมินอากร การชำระค่าภาษีอากร และพิธีการตรวจปล่อยสินค้า

            โดยทำการตรวจสอบประเภทพิกัด อัตราอากรและสิทธิประโยชน์ของการลดหย่อนหรือยกเว้นอากรตามความตกลงเขตการค้าเสรี และได้ชำระอากรแล้วก็สามารถนำเอกสารใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมใบเสร็จเสียภาษีอากร เอกสาร Delivery Order (D/O) ไปดำเนินการตรวจปล่อยสินค้าในท่าเรือและขนถ่ายสินค้าที่นำเข้ามาที่โกดังหรือโรงงาน หรือบริษัท

1.2 อุปสรรคปัญหาในการนำเข้า

      เนื่องจากขั้นตอนการนำเข้าสินค้ามีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และมีปัญหาทางด้านต้นทุนผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าจะต้องทำความเข้าใจและศึกษาข้อปฏิบัติให้ถูกต้อง ผู้นำเข้าจึงควรศึกษาและจัดทำแผนธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางของการหาแหล่งผลิตสินค้า (ผู้ขายสินค้า) การผลิต การกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดเป้าหมาย พร้อมทั้งศึกษาระเบียบพิธีการนำเข้าสินค้าของกรมศุลกากร ที่ว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีอากรสำหรับสินค้าที่นำเข้า สินค้าเป็นสินค้าต้องห้ามหรือสินค้าต้องกำกัด (สินค้าควบคุมต้องขออนุญาตนำเข้า) การขนส่งสินค้า สิทธิประโยชน์ตามความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) การประกันภัยสินค้า การชำระเงินค่าสินค้าผ่านธนาคาร ให้ชัดแจ้ง

      โดยทั่วไปการนำเข้าสินค้าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่สำหรับการนำเข้าสินค้าที่เป็นพืชผลทางการเกษตร พืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น ลำต้น กิ่ง ใบ เปลือก หน่อ ราก เหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช และวัตถุพลอยได้จากพืช หรือสัตว์ ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต และในกรณีสัตว์ไม่มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ส่วนต่างๆ ของสัตว์ ไข่ น้ำนม และวัตถุพลอยได้จากสัตว์ ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสด หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็นการชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง หรือด้วยการจัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีก หรือขายส่งด้วยวิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บด ทำให้เป็นชิ้นหรือด้วยวิธีอื่น โดยจะบรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อในลักษณะที่มั่นคงย่อมได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเสมอ

      อย่างไรก็ตาม หากสินค้าที่นำเข้าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ใส่สารปรุงรส กลิ่น สื และบรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อในลักษณะที่มั่นคงทำเป็นอุตสาหกรรม จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงควรพิจารณาความแตกต่างของสินค้าที่นำเข้าให้ชัดแจ้งเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร

 

2. การส่งออกสินค้าประเภทอาหาร

2.1 ผู้ส่งออกสินค้าสามารถส่งออกสินค้าทางอากาศ (Air Freight) หรือทางทะเล (Sea Freight) กรณีสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์อากรที่ต้องการความสดและมีอายุการเก็บรักษาสั้น ควรเลือกส่งทางอากาศยาน

      ขั้นตอนการส่งออกสินค้าประเภทอาหาร

      ผู้ส่งออกจำเป็นต้องศึกษากฎเกณฑ์และระเบียบอันเกี่ยวข้องกับการส่งออก โดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับศุลกากร กฎหมายควบคุมสินค้าขาออก ทั้งนี้ เพื่อให้มีความเข้าใจอย่างถูกต้องตรงกันดังนั้น รัฐบาลจึงได้กำหนดการส่งออกสินค้าตามกลุ่มของสินค้าเป็น 3 กลุ่มคือ (1) สินค้ามาตรฐาน (2) สินค้าควบคุม หรือสินค้าที่มีมาตรการจัดระเบียบการส่งออก (3) สินค้าเสรี (ทั่วไป)

      สำหรับสินค้าตราฮาลาล คือ ตราที่ติดบนสลากผลิตภัณฑ์ เพื่อบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นที่ฮาลาล (อนุมัติ) สำหรับใช้บริโภค โดยจะมีคำว่า 'ฮาลาล' (: ????‎) เป็นภาษาอาหรับประทับอยู่ ผู้ออกตราฮาลาลในประเทศไทย คือ

      เมื่อผู้ซื้อในต่างประเทศได้รู้จักสินค้าและให้ความสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ในเรื่องราคา ปริมาณ ผู้ขายสินค้าจะต้องยื่นข้อเสนอราคาที่เหมาะสมและกำหนดเวลาในการจัดส่งหรือรายละเอียดอื่นตามที่ผู้ซื้อต้องการทราบ หากผู้ซื้อพอใจในสินค้าและราคาแล้ว จึงจะเกิดการสั่งซื้อ ด้วยการออกคำสั่งซื้อสินค้า (Purchase Order) มายังผู้ขาย เพื่อให้ผู้ขายออกเอกสาร Pro-forma Invoice ไปให้แล้วผู้ซื้อก็จะนำไปใช้ เป็นหลักฐานในการเปิด Letter of Credit (L/C) ต่อธนาคารของผู้ซื้อและเมื่อธนาคารของผู้ซื้อรับการสั่งซื้อแล้วก็ทำการจัดส่ง Letter of Credit (L/C) มายังธนาคารในประเทศของผู้ขายในขั้นตอนต่อไปผู้ขายทำการผลิตสินค้าให้พร้อมเสร็จสิ้นก่อนกำหนดส่งสินค้า ทำการตรวจสอบ กำหนดการจองระวาง ตารางการเดินเรือ หรือเที่ยวบินไว้ล่วงหน้า

      ต่อมาก็จัดทำ บัญชีราคาสินค้า (Invoice) ขออนุญาตกรณีสินค้าเป็นสินค้าควบคุม จัดทำใบรายการบรรจุหีบห่อ (Packing List)อาจต้องขอหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (C/O หรือ Certificate of Origin) ตามข้อกำหนดของประเทศผู้ซื้อเมื่อเตรียมเอกสารประกอบการส่งออกครบแล้ว และถึงเวลาตามที่ได้สัญญากับผู้ซื้อไว้แล้ว สินค้าพร้อมแล้วก็ทำการผ่านพิธีศุลกากร จัดทำใบขนสินค้าขาออก ใบกำกับการขนย้าย การบรรจุสินค้าเข้าตู้ ขึ้นเรือหรือขึ้นพาหนะที่ใช้ขนสินค้าส่งออก

      เมื่อพาหนะออกจากท่าที่ส่งออกแล้ว ผู้ส่งออกรับใบตราส่งขั้นตอนการเรียกเก็บเงิน ผู้ส่งออกจะต้องตรวจสอบเอกสารทั้งหมด ก่อนนำไปยื่นขอขึ้นรับเงินกับธนาคารเอกสารที่จำเป็น คือตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange) เป็นตราสารที่ผู้รับประโยชน์ตาม L/C หรือผู้ขายสินค้าเป็นผู้ออกตั๋วเงินเพื่อสั่งให้ผู้ซื้อสินค้าจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินภายในเวลาที่ตกลงไว้ในสัญญา

2.2 โดยทั่วไปการส่งออกสินค้าจะได้รับยกเว้นอากรศุลกากร และได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 เพียงแต่มีขั้นตอนที่สำคัญคือ ต้องผ่านพิธีการทางศุลกากรเท่านั้น จึงจะได้รับสิทธิดังกล่าว

 

สุเทพ  พงษ์พิทักษ์  อดีตสรรพากรภาค 4 กรมสรรพากร

อ้างอิง

http://www.onestopim-ex.com/

อัพเดทเมื่อ 18/10/2560