FOLLOW US Krungthai SME
Subscribe
Unsubscribe
เราจะส่งข้อมูลวิจัยและความรู้ธุรกิจให้กับคุณตามอีเมล์ที่แจ้ง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่เกมอำนาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสมรภูมิทางการทหาร แต่ย้ายมาสู่สนามเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ ภูมิเศรษฐศาสตร์” (Geo-economics) หรือการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจเป็นอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า การกำหนดมาตรการกีดกัน การช่วงชิงการควบคุมห่วงโซ่อุปทาน หรือการทุ่มเงินอุดหนุนเพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนในทุกมิติ บทความนี้จะวิเคราะห์ว่า ท่ามกลางกระแสความขัดแย้ง ไทยและอาเซียนจะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้อย่างไร รวมถึงสิ่งที่ SMEs ไทยควรเตรียมพร้อมและใช้ประโยชน์
สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิเศรษฐศาสตร์ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในหลายด้าน เช่น การแบ่งขั้วทางเทคโนโลยี: การแข่งขันอย่างดุเดือดระหว่างสหรัฐฯ และจีนในด้านเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยี 5G ผลักดันให้อาเซียนต้องเผชิญ “ทางเลือกที่ยากลำบาก” ในการตัดสินใจว่าจะเข้ากับฝ่ายใด ห่วงโซ่อุปทานที่ถูกแบ่งแยก: กระแส “China+1 Strategy” ที่บริษัทข้ามชาติเริ่มมองหาฐานการผลิตแห่งใหม่นอกประเทศจีน สร้างโอกาสให้อาเซียนดึงดูดการลงทุน แต่ก็มาพร้อมกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในประเทศสมาชิก มาตรการกีดกันทางการค้าที่ซับซ้อน: มาตรการที่ชัดเจนที่สุดคือ CBAM ของสหภาพยุโรป และ ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน: อาเซียนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน จำเป็นต้องเร่งสร้างความมั่นคงร่วมกัน ขณะที่ไทยในฐานะ “ครัวของโลก” สามารถมีบทบาทเป็นผู้นำเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารของภูมิภาค
แม้ไทยไม่ได้เป็นมหาอำนาจ แต่มี “จุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์” ที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความร่วมมือในอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 1.ศูนย์กลางโลจิสติกส์และการคมนาคม: ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) จีนตอนใต้ และเส้นทางทะเลสำคัญทั้งฝั่งมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ทำให้ไทยเป็น “ประตูเศรษฐกิจ” ที่สำคัญของภูมิภาค 2.เศรษฐกิจที่เปิดกว้างและมีเครือข่าย FTA ที่ครอบคลุม: การเป็นสมาชิกในข้อตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่อย่าง RCEP ทำให้ไทยสามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมอาเซียนเข้ากับคู่ค้าสำคัญระดับโลก และ ศักยภาพด้านอาหารและการท่องเที่ยว: Soft Power ที่แข็งแกร่งของไทย สามารถต่อยอดสู่ความร่วมมือในมิติใหม่ ๆ
เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส ไทยและอาเซียนควรเร่งสร้างพันธมิตรในมิติต่าง ๆ ดังนี้
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางภูมิเศรษฐศาสตร์ SME ไทยไม่ควรมองข้ามโอกาสและความเสี่ยง ควรปรับตัวเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจ
หากเราเลือกที่จะสร้างความร่วมมืออย่างเป็นระบบ อาเซียนจะสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส กลายเป็นภูมิภาคที่ยืดหยุ่น แข็งแกร่ง และมีอำนาจต่อรองในเวทีโลก สำหรับไทยบทบาทการเป็น “ผู้เชื่อมโยง” และ “ผู้สร้างสมดุล” คือกุญแจสำคัญในการนำพาอาเซียนให้ก้าวข้ามความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และใช้พลังของภูมิเศรษฐศาสตร์เพื่อเสริมสร้างความเจริญร่วมกันอย่างยั่งยืน