หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
งานสัมมนา
โครงการอบรม
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


Krungthai SME

ฝ่าวิกฤติสงครามการค้าระลอกใหม่ ไทยสู้ไม่ถอย DITP พร้อมเปิดทาง SMEs บุกตลาดโลก

 

Highlights


 

  • Trade War รุนแรงและขยายวงกว้าง ต้องกระจายความเสี่ยง และรุกตลาดใหม่ เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
  • ปัญหาของ SMEs ในเวทีการค้าระหว่างประเทศ ไม่ได้หยุดแค่ “ต้นทุน” แต่ลึกไปถึง “ทักษะ” และ “ความเข้าใจ” ในการทำธุรกิจข้ามพรมแดน
  • SMEs ควรโฟกัสการผลิตสินค้าคุณภาพ ส่วนการเปิดตลาดใหม่ คือหน้าที่ของภาครัฐ
  • สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเริ่มทำทันที คือ การยกระดับภายในองค์กร ทั้งคุณภาพสินค้า ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม เพื่อยืนหยัดในเวทีการค้าโลก


 

ในห้วงเวลาที่โลกการค้าเต็มไปด้วยแรงเสียดทานจากความขัดแย้งระดับมหาอำนาจ ประเทศไทยในฐานะผู้เล่นบนเวทีส่งออกระดับโลกไม่อาจอยู่เฉย ในยุคที่ “สงครามการค้า” กลายเป็นด่านทดสอบความสามารถของประเทศ คุณสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ผู้กำหนดทิศทางใหม่ให้กับธุรกิจส่งออก พร้อมเดินเกมเชิงรุกในทุกมิติ และด้วยวิสัยทัศน์ของอธิบดี จะเปลี่ยน “ความผันผวน” ให้กลายเป็น “โอกาส” ได้อย่างไร


Trade War รุนแรงและขยายวงกว้าง ต้องกระจายความเสี่ยง และรุกตลาดใหม่


 

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและประเทศคู่ค้า ครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อน และส่งผลกระทบในวงกว้าง DITP ได้วางกลยุทธ์รับมือในหลายมิติ มุ่งเตรียมความพร้อม และทำงานเชิงรุก เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยกำหนดแผนรองรับที่ชัดเจนและเร่งด่วน เน้นการใช้โอกาสจากคู่แข่งรายใหญ่ของไทยในตลาดสหรัฐอเมริกา อาทิ จีน ที่กำลังเผชิญมาตรการกีดกันทางการค้า เพื่อผลักดันสินค้าไทยให้เข้าไปแทนที่สินค้าจีน โดยการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจออนไลน์กับผู้นำเข้าในสหรัฐฯ นำเสนอสินค้าศักยภาพของไทยเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้นำเข้าทดแทนสินค้าจีนซึ่งสำเร็จแล้วกว่า 66 คู่ สินค้าที่ได้รับ ความสนใจ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ ข้าว ผลไม้แปรรูป อาหารกระป๋อง เป็นต้น และในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ DITP มีกำหนดจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าจากทั่วโลก ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อกระจายตลาดส่งออกให้กับสินค้าไทย มีผู้ส่งออกไทยเข้าร่วมกว่า 190 ราย และผู้นำเข้ากว่า 30 ราย ทั้งนี้ การจับคู่ธุรกิจทั้งออนไลน์และออฟไลน์เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ DITP โดยมีแผนจัดต่อเนื่องตลอดครึ่งหลังของปี 2568


 

จุดแข็งของ DITP คือ เครือข่ายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 58 แห่งใน 41 ประเทศ โดยเฉพาะในตลาดสำคัญ อย่างสหรัฐฯ และจีนที่มีการตั้งสำนักงานในหลายรัฐ/มณฑล เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้เชื่อมต่อกับผู้นำเข้าระดับคุณภาพแบบตรงจุด เน้นการทำงานแบบมีเป้าหมาย นอกจากนี้ DITP ยังพาผู้ประกอบการบุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อเร่งขยายโอกาสการค้าของไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยคัดเลือกตลาดร่วมกับภาคเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ เพื่อให้กิจกรรมตอบโจทย์ความต้องการของภาคเอกชนอย่างแท้จริง


 

อธิบดี DITP ย้ำว่า “การเปิดตลาดใหม่ไม่ใช่แค่พูด แต่ต้องลงมือทำจริง โดยวางเป้าหมายพาผู้ประกอบการไทยกว่า 200 ราย ไปเจาะตลาดศักยภาพใหม่ ได้แก่ กลุ่มลาตินอเมริกา เน้นไปที่บราซิล เม็กซิโก และโคลอมเบีย กลุ่มตะวันออกกลาง เน้นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย กลุ่มแอฟริกา เจาะไปที่ไนจีเรีย อียิปต์ แอฟริกาใต้ เคนยา และประเทศดาวรุ่งอย่างโกตดิวัวร์ และมาลี ที่เป็นลูกค้าสำคัญของไทยด้านเครื่องจักรกลการเกษตร สำหรับอินเดียเน้นเจาะในเมืองรองมากขึ้น อาทิ อุตตรประเทศ และรัฐทางตอนเหนือ นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรมเชิญผู้ประกอบการอินเดีย เข้ามาจับคู่ธุรกิจในประเทศไทยด้วย


DITP ผนึกพันธมิตร เปิดเกมรุก ดัน SMEs ไทยบุกตลาดโลก


 

เมื่อพูดถึงความท้าทายของ SMEs ไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ ปัญหาไม่ได้หยุดแค่ “ต้นทุน” แต่ลึกไปถึง “ทักษะ” และ “ความเข้าใจ” ในการทำธุรกิจข้ามพรมแดน


 

“กรมฯ ได้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในต่างประเทศได้ด้วยตนเอง ภายใต้ “โครงการ SMEs Pro-active” ด้วยความร่วมมือกับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดยล่าสุด กรมฯ ได้จับมือกับสถาบันการเงิน ออกแพกเกจ ช่วยลดดอกเบี้ยให้ SME ที่พร้อมส่งออก เปิดเวทีให้ลุยตลาดต่างประเทศ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือ การเสริมสร้างองค์ความรู้ผ่านสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ที่เปิดสอนทั้งแบบออนไลน์ และออนไซต์รวมกว่า 100 หลักสูตร ครอบคลุมตั้งแต่มือใหม่จนถึงผู้มีประสบการณ์ พร้อมจับคู่ที่ปรึกษาเฉพาะทาง และยังมีเวิร์กช็อปด้านการสร้างแบรนด์ผ่านโครงการ Talent Thai & Designers’ Room และ IDEA LAB ที่ให้โอกาสนำผลงานไปโชว์ในเวทีนานาชาติจริง”


 

DITP ยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมจับมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการร่วมพัฒนาสมุนไพรที่ได้รับการยกระดับมาตรฐานสากลออกสู่ตลาดโลก พร้อมเชื่อมข้อมูลกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อให้สมาชิกกรมฯ ที่เป็น SMEs ได้รับการสนับสนุนอย่างตรงจุด


 

“หลายคนอาจเข้าใจว่า DITP ดูแลเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ในความจริง คือ อะไรก็ตามที่ขายได้ เราพร้อมผลักดันเต็มที่ โดยเฉพาะสินค้าและบริการที่สะท้อน Soft Power ทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ อาหาร หนังสือ มวยไทย และดิจิทัลคอนเทนต์ ซึ่ง DITP ไม่เพียงส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แต่ยังเปิดเวทีระดับโลกให้กับผู้ประกอบการไทยได้นำเสนอผลงานในเวทีสากล เช่น Paris และ New York Fashion Week, Milan Design Week เป็นต้น ในกลุ่มอาหาร DITP ได้รีแบรนด์ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ด้วยระบบดาว 1 - 3 ดวง และไอคอนดอกกล้วยไม้ เพื่อยกระดับร้านอาหารไทยทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่หลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ อังกฤษ และกลุ่มสแกนดิเนเวีย นี่คือความตั้งใจของ DITP ในการขับเคลื่อน Soft Power ไทยให้ก้าวไกลในตลาดโลก ทั้งในมิติของสินค้า บริการ และวัฒนธรรม”


เมื่อภาครัฐเดินเกมการค้า SMEs ต้องพร้อมชูคุณภาพให้โลกเห็น


 

“SMEs ควรโฟกัสการผลิตสินค้าคุณภาพ ส่วนการเปิดตลาดใหม่ คือหน้าที่ของภาครัฐ” แนวคิดนี้สะท้อนบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ที่เดินหน้าขยายตลาดผ่านความตกลงการค้าเสรี (FTA) ทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันไทยมี FTA รวม 16 ฉบับ ครอบคลุม 23 ประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ในการแข่งขันอย่างเต็มที่ ล่าสุดไทยลงนาม FTA กับกลุ่มสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดอุปสรรคการค้าและขยายตลาดยุโรป ขณะที่ในระดับภูมิภาค ไทยมีบทบาทใน RCEP ซึ่งเชื่อมโยงตลาดอาเซียนกับเอเชียแปซิฟิก และแม้ไทยยังไม่เป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS อย่างเป็นทางการ แต่กรมฯ ได้เฝ้าติดตามและสร้างความร่วมมือไว้ล่วงหน้าแล้ว อีกทั้ง กรมฯ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการกว่า 300,000 รายทั่วประเทศ ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมติดอาวุธความรู้ อาทิ หลักสูตรการใช้ประโยชน์จาก FTA เพื่อให้ SMEs ไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน


 

อธิบดี DITP ให้คำแนะนำว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเริ่มทำทันที คือ การยกระดับภายในองค์กร ทั้งคุณภาพสินค้า ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม เพื่อยืนหยัดในเวทีการค้าโลก DITP นอกจากให้คำปรึกษาแล้ว ยังประสานกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยไม่ปล่อย SMEs ไว้ลำพัง สำหรับ SMEs รุ่นใหม่ที่คุ้นชินกับเทคโนโลยีดิจิทัล DITP มีหลักสูตรและกิจกรรมให้เข้าร่วมมากมาย ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่กล้าก้าวออกมา DITP ก็ลงพื้นที่เพื่อค้นหา “ช้างเผือก” และเริ่มปั้นตั้งแต่พื้นฐาน เช่น การอบรมความรู้เบื้องต้นด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยจะลงพื้นที่ต่อเนื่องทั้ง 4 ภาค นอกจากนี้ DITP ได้จับมือกับแพลตฟอร์มชั้นนำใน 10 ประเทศ เช่น Taobao, JD.com (จีน) Shopee (สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์) LetsTango (UAE) และ Rakuten (ญี่ปุ่น) โดยสร้างร้านค้าออนไลน์ ที่ชื่อว่า “Top Thai” บนแพลตฟอร์มพันธมิตร ให้ SMEs สามารถขายสินค้าตรงถึงผู้บริโภคในต่างประเทศได้ทันที


อยากเริ่มต้น...เริ่มที่ DITP


 

แม้ผู้ประกอบการจะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกกรมฯ และการสมัครไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่การสมัครเป็นสมาชิกกรมฯ จะช่วยให้ได้รับข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และการเป็นสมาชิกกรมฯ ยังจำเป็นสำหรับการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการตลาดเป็นส่วนใหญ่


 

“คิดอะไรไม่ออก สมัครสมาชิกกรมฯ ไว้ก่อน” ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ บุกตลาดใหม่ หรือค้าขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ DITP มีทุกเครื่องมือพร้อมช่วย SMEs ไทยไปให้ถึงเป้าหมาย เพียงแค่ผู้ประกอบการเปิดใจ กล้าถาม กล้าเรียนรู้ และกล้าก้าวออกไป ติดต่อ DITP สายด่วน 1169 เว็บไซต์ www.ditp.go.th และแอปพลิเคชัน DITP One เพราะประตูสู่ตลาดโลก เริ่มต้นได้ทันทีที่ DITP


Key to Business Success


 

  • กล้าเปลี่ยนเกมส์ในสนามที่ไม่แน่นอน สร้างโอกาสจากวิกฤติด้วยการชิงจังหวะและปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อสถานการณ์โลก
  • ลงมือจริง ไม่เพียงแค่ตั้งเป้าการขยายตลาด ไม่เพียงแค่แนวคิด แต่ต้องมาพร้อมกับแผนปฏิบัติที่จับต้องได้
  • เสริมหลังบ้านให้แกร่งก่อนลุยหน้าความสำเร็จของผู้ส่งออก เร่งพัฒนาสินค้าคุณภาพดี พร้อมเสริมระบบสนับสนุนครบ ตั้งแต่ทักษะ ความรู้ ไปจนถึงพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน
  • การค้าโลกไม่ใช่เรื่องของโชค แต่คือ การเชื่อมต่อคนที่ใช่เข้าหาตลาดที่มีศักยภาพด้วยข้อมูลที่แม่นยำและจังหวะที่เหมาะสม