เปิดเทรนด์ธุรกิจ Healthcare ชี้ช่องให้ SME เติบโตแบบยั่งยืน
<p><strong> ส่องเทรนด์ธุรกิจ Healthcare</strong></p>
<p><strong> พร้อมชี้ช่องทางให้เอสเอ็มอีไทยเติบโตอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>เห็นได้ชัดเจนว่าขณะนี้ผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงชาวไทย หันมาให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น<strong> </strong>โดยมีผู้บริโภคจำนวนมากที่ต้องการเลือกซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์และบริการจากบริษัทที่มีจิตสำนึกสาธารณะ รักษ์สิ่งแวดล้อม มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในสังคมเท่านั้น สะท้อนให้เห็นแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกัน จากปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจจึงหันมาใส่ใจกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) อย่างจริงจัง ซึ่งนั่นก็รวมถึงธุรกิจ Healthcare ซึ่งเป็นที่น่าจับตามากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากการระบาดใหญ่ของโควิด 19 ซึ่ง <strong>คุณวีระพงศ์ ศุภเศรษฐ์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานธุุรกิจขนาดกลาง</strong> มีคำแนะนำที่น่าสนใจให้กับเอสเอ็มอีไทยในธุรกิจนี้ ในการแสวงหาโอกาส ปรับตัว และเดินหน้าเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน</p>
<p><br />
<strong>ถอดรหัสความสำคัญของธุรกิจ </strong><strong>Healthcare ในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป</strong></p>
<p>"ความท้าทายของธุรกิจ Healthcare เช่น โรงพยาบาลเอกชน เพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในช่วงที่ โควิด 19 ระบาดหนัก หลายแห่งต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหมายถึงการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็มีการใช้วัสดุปลอดเชื้อเพิ่มมากขึ้นกว่าสถานการณ์ปกติ ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดอันตรายทางชีวภาพ แต่ยังหมายถึงภัยต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพจะให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นลำดับแรก"</p>
<p><br />
สำหรับประเทศไทย รัฐบาลได้ให้การส่งเสริมอุตสาหกรรม New S-Curve ซึ่งมีอุตสาหกรรมการแพทย์ ครบวงจร (Medical Hub) รวมอยู่ด้วย บ่งชี้ได้ถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ประกอบกับเทรนด์ของ ESG ที่กำลังมาแรงทั่วโลก จึงเป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจรวมถึง Healthcare ต้องให้ความสำคัญ เพราะสะท้อนถึงพันธสัญญาที่มอบให้กับสังคมและเปรียบเสมือนภาพลักษณ์ที่ดีในการดำเนินธุรกิจระยะยาว ดังนั้น การลงทุนในธุรกิจ Healthcare โดยยึดหลัก ESG เป็นแก่นสำคัญ จึงเป็นหนทางที่สดใสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยยุคใหม่ที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีทิศทางที่ชัดเจน<br />
<br />
"ผมมองว่าธุรกิจ Healthcare เป็นที่น่าจับตาและคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญและใส่ใจดูแลสุขภาพในทุกมิติมากขึ้น รวมถึงในยุคที่สังคมโลกและประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบด้วย ธุรกิจสถานพยาบาล/โรงพยาบาลเอกชน ธุรกิจประกันสุขภาพ ธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ ธุรกิจผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หากเอสเอ็มอีไทยสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจ Healthcare ดาวรุ่งเหล่านี้ พร้อมกับนำหลัก ESG มาปรับใช้เพื่อสร้างจุดขายที่โดดเด่นและแตกต่าง ย่อมหมายถึงโอกาสทองในการที่จะประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างไม่หยุดยั้ง"</p>
<p><br />
<strong>ช่วยสร้างฐานรากเศรษฐกิจไทย ให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</strong></p>
<p>"จากความร้อนแรงแบบฉุดไม่อยู่ของธุรกิจ Healthcare ประกอบกับเทรนด์ ESG ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ธนาคารกรุงไทยจึงตระหนักถึงความสำคัญในการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยให้สามารถปักหมุดในธุรกิจนี้ได้ เพราะเอสเอ็มอีถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด และเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ซึ่งประเทศไทยติดอยู่ในฐานะประเทศรายได้ปานกลางมานานถึง 45 ปีแล้ว"</p>
<p><br />
<strong>เอสเอ็มอีไทยต้องไม่หยุดพัฒนา พร้อมปรับตัวรับมือกับทั้งธุรกิจ </strong><strong>Healthcare และธุรกิจรักษ์โลก</strong><br />
หากเอสเอ็มอีต้องการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยโมเดลนี้ได้ ต้องพยามยามหาความรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับทั้ง Healthcare และ ESG อยู่เสมอ รวมถึงให้ความสำคัญกับการขอคำปรึกษา เข้าร่วมอบรมสัมมนาและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น เช่น ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมของ สวทช. และธนาคารกรุงไทย เป็นต้น เพื่อจะได้มองเห็นทั้งโอกาสและภาพรวม ตลอดจนแนวทางในการต่อยอดธุรกิจด้านนี้ชัดเจนมากขึ้น</p>
<p>ที่สำคัญต้องศึกษากลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนตลาดที่เห็นถึงความสำคัญของสินค้าและบริการประเภทนี้ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่จะทำให้เอสเอ็มอีไทยโตไกลแบบไร้พรมแดน เช่น เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร ฟินแลนด์ มอลตา สวีเดน ลักเซมเบิร์ก สโลวีเนีย ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ และไอซ์แลนด์ ซึ่งจากดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Performance Index: EPI) ประจำปี 2022 ซึ่งเป็นการพัฒนาวิธีการและตัวชี้วัดเพื่อประเมินว่าประเทศหนึ่ง ๆ มีการดำเนินการต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับใด โดยมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ระบุว่าเหล่านี้เป็นกลุ่มประเทศ Top 10 ที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนให้ความสำคัญกับแนวทางการทำธุรกิจรักษ์โลกมากที่สุด เป็นต้น</p>
<p><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทยพร้อมสนับสนุนบริการทางการเงิน เพื่อเอสเอ็มอีไทย หัวใจสีเขียว</strong></p>
<p>การจะขับเคลื่อนธุรกิจ Healthcare ให้เติบโตอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้สนับสนุนและที่ปรึกษาทางการเงินที่เชี่ยวชาญ ในการออกแบบโซลูชันที่เหมาะสมให้กับเอสเอ็มอีไทย โดยธนาคารกรุงไทยมีคำแนะนำและบริการทางเงินซึ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจ ได้แก่ <strong>1.สินเชื่อเพื่อธุรกิจ Medical & Healthcare </strong>สำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการรักษา อาทิ ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ค้าปลีกและนำเข้ายา เครื่องมือทางการแพทย์ และธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ โดยให้ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ให้วงเงินกู้สูงสุด 1.5 เท่าของหลักประกัน และผ่อนนานสูงสุด 10 ปี <strong>2.สินเชื่อกรุงไทยเพื่อความยั่งยืน (ESG) </strong>สนับสนุนสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีไทยที่เข้าเงื่อนไขการดำเนินการใน มิติสิ่งแวดล้อม (Environmental) โดยจะให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมาย เช่น ระยะเวลาการผ่อนนาน วงเงินสูงกว่าปกติ และดอกเบี้ยอัตราพิเศษ เป็นต้น<strong> </strong></p>
<p>สุดท้ายอยากฝากถึงผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีไทยทุกท่านด้วยความห่วงใยว่า ท่านต้องให้ความสำคัญและดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ เพื่อท่านจะได้สามารถบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างแข็งแรงไปด้วยกันกับธนาคารกรุงไทยตลอดไป</p>
<p><br />
<strong>ล้อมกรอบ</strong></p>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบริการทางการเงินสำหรับเอสเอ็มอีจากธนาคารกรุงไทย หากผู้ประกอบการต้องการข้อมูลหรือคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่สินเชื่อ SME ที่สำนักงานธุรกิจของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ หรือ โทร. 0-2111-1111</p>
<p> </p>
<p> </p>