หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
งานสัมมนา
โครงการอบรม
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


สนใจรับวิจัยธุรกิจและความรู้กรุงไทย SME ทางอีเมล์
Krungthai SME

การบริหารความเสี่ยงและสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อให้ธุรกิจก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน

<p>             ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว และยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง กอปรกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่นำไปสู่วิกฤติยูเครนในขณะนี้ ส่งผลต่อราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ต้องเผชิญความเสี่ยงและปัญหาสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้น และอาจจะถึงขั้นทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้ หากไม่มีแนวทางบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวที่ดีและมีประสิทธิภาพเพียงพอ</p> <p>             ในโอกาสนี้ <strong>คุณวีระพงศ์ ศุภเศรษฐ์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานธุุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย</strong> ได้ให้เกียรติมาแนะนำกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงของธุรกิจ ตลอดจนแนวทางในการบริหารสภาพคล่องทางการเงินเพื่อให้ธุรกิจยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็งภายใต้ภาวะวิกฤติและจะสามารถเติบโตต่อไปได้ในอนาคต</p> <h3><strong>ป้องกันไม่ให้ธุรกิจล้ม ต้องรู้จักการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงิน</strong></h3> <p>             ก่อนอื่นผมขออธิบายก่อนว่าความเสี่ยงมีความหมายในหลากหลายแง่มุมนะครับ เช่น โอกาสที่เกิดขึ้นแล้วธุรกิจจะเกิดความเสียหาย (Chance of Loss) ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจ (Possibility of Loss) ความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น (Uncertainty of Event) การคลาดเคลื่อนของการคาดการณ์ (Dispersion of Actual Result) เป็นความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ความเสี่ยงนั้น ๆ จะมีแนวโน้มที่เกิดขึ้นไม่มากก็น้อย</p> <p>             สำหรับนิยาม "ความเสี่ยง" ที่ผมมองว่าน่าจะทำความเข้าใจได้ง่ายที่สุด คือ โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ตลอดจนการกระทำใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ซึ่งอาจเกิดขึ้นในอนาคตและมีผลกระทบหรือทำให้การดำเนินงานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร ทั้งในด้านยุทธศาสตร์ การปฏิบัติงาน การเงินและการบริหาร โดยทั่วไปแล้วความเสี่ยงจำแนกได้เป็น 4 ลักษณะ ซึ่งจะเห็นว่าครอบคลุมความเสี่ยงทั้งหมดแบบรอบด้าน ได้แก่</p> <ol> <li>ความเสี่ยงทางด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk: SR)</li> <li>ความเสี่ยงทางด้านการเงิน (Financial Risk: FR)</li> <li>ความเสี่ยงทางด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk: OR)</li> <li>ความเสี่ยงทางด้านกฎหมาย และข้อกำหนดผูกพันองค์กร (Compliance Risk: CR)</li> </ol> <p>             โดยในที่นี้ผมจะกล่าวถึงเฉพาะความเสี่ยงทางด้านการเงิน ในฐานะ Banker ผมอยากให้เจ้าของธุรกิจให้ความสำคัญในเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน (Liquidity) ซึ่งสามารถดูได้จากงบกระแสเงินสด เนื่องจากข้อมูลนี้ เป็นสิ่งที่บอกถึงว่าธุรกิจจะมีโอกาสเกิดปัญหาในระยะสั้นไหม แม้วัตถุประสงค์หลักของการทำธุรกิจคือการแสวงหากำไร แต่หากต้องการให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเช่นกันคือ “การรักษาสภาพคล่อง” ซึ่งหมายถึง การที่เจ้าของธุรกิจสามารถบริหารจัดการให้ธุรกิจมีกระแสเงินสดเพียงพอที่จะดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง ราบรื่น โดยไม่เกิดปัญหาใด ๆ ตามมา กล่าวคือ มีเงินสดสำหรับจ่ายค่าแรงให้พนักงาน จ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้ รวมถึงค่าวัตถุดิบ และต้นทุนอื่นที่ใช้ดำเนินธุรกิจ เพราะหากวันใด กิจการไม่มีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย ไม่เพียงแต่จะกระทบถึงงานที่จะแล้วเสร็จ ยังกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อของกิจการอีกด้วย</p> <p>             เมื่อเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะความเสี่ยงต่าง ๆ แล้ว สิ่งสำคัญที่เป็นหัวใจของบทความนี้ที่ผมจะเอ่ยถึงก็คือ การบริหารความเสี่ยง ซึ่งหมายถึงกระบวนการดำเนินงานขององค์กรที่เป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรลดมูลเหตุของแต่ละโอกาสที่จะเกิดความเสียหาย ให้ระดับและขนาดของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ ประเมินได้ ควบคุมได้ และตรวจสอบได้อย่างมีระบบ โดยคำนึงถึงการบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายขององค์กรเป็นสำคัญ</p> <p>             เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจหรือองค์กร จึงมีประโยชน์เป็นอย่างมากและไม่อาจละเลยได้ เพราะเป็นการตรวจสอบ ประเมินตัวเอง และวิเคราะห์ปัจจัยหรือสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ พร้อมตระเตรียมแนวทางหรือกลยุทธ์ในการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อทำให้ธุรกิจอยู่รอดปลอดภัย และข้ามฝ่าวิกฤติต่าง ๆ หรือความไม่แน่นอนไปได้ โดยบาดเจ็บหรือเสียหายน้อยที่สุด  ดังนั้น ผมจึงอยากจะแนะนำว่าไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจเล็ก กลาง หรือใหญ่ หากต้องการค้าขายอย่างราบรื่น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ</p> <h3>           <br /> <strong>ต้องใช้กลยุทธ์หลากหลาย เพื่อบริหารความเสี่ยงให้ประสบความสำเร็จ</strong></h3> <p>             ผมอยากชี้ให้เห็นภาพมากขึ้นว่า การบริหารความเสี่ยงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ทั้งยังมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีและสารสนเทศที่ช่วยในการจัดเก็บข้อมูล การคำนวณต่าง ๆ การส่งถ่ายข้อมูลและตรวจสอบกลับได้อย่างสะดวกรวดเร็ว หรือกระทั่งการฝึกอบรมบุคลากรในองค์กรให้มีความรู้ความเข้าใจในระบบบริหารความเสี่ยง ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญในการจัดทำระบบนี้อย่างถ่องแท้ รวมถึงต้องอาศัยแรงผลักดันจากผู้บริหาร อีกทั้งการร่วมแรงร่วมใจจากบุคลากรทุกคนในทุกระดับขององค์กร จึงจะทำให้การบริหารความเสี่ยงประสบความสำเร็จได้</p> <p><strong>สำหรับกลยุทธ์ที่ใช้บริหารความเสี่ยงธุรกิจหรือองค์กรนั้น ผมเชื่อว่าไม่มี One Solution Fits All แต่หลัก ๆ คือ ต้องดำเนินการตามหลักการบริหารความเสี่ยง ดังนี้</strong></p> <ol> <li>การยอมรับความเสี่ยง (Risk Acceptance) เป็นการยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่คุ้มค่า ในการจัดการควบคุมหรือป้องกันความเสี่ยง เช่น ราคาน้ำมันขึ้นสูง แต่บริษัทมีการขนส่งเองน้อยมาก ถึงแม้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในจุดที่รับได้</li> <li>การลด/การควบคุมความเสี่ยง (Risk Reduction) เป็นการปรับปรุงระบบการทำงานหรือการออกแบบวิธีการทำงานใหม่ เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง หรือลดผลกระทบให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ เช่น ค่าไฟฟ้าขึ้นราคา ในขณะที่บริษัทมีการใช้ปริมาณกระแสไฟฟ้าสูง ก็สามารถลดความเสี่ยงได้โดยการติดตั้งระบบ Solar Cell Rooftop เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ แม้จะต้องลงทุนเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ก็ดีกว่าแบกรับต้นทุนค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง</li> <li>การกระจายความเสี่ยง หรือการโอนความเสี่ยง (Risk Sharing) บริษัทมีตัวช่วยในการกระจายหรือถ่ายโอนความเสี่ยงให้ผู้อื่นช่วยแบ่งความรับผิดชอบไป โดยไม่จำเป็นต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้เอง เช่น การซื้อประกันภัยของสถานประกอบการ</li> <li>เลี่ยงความเสี่ยง (Risk Avoidance) ถือเป็นการจัดการความเสี่ยงที่อยู่ในระดับสูงมากและบริษัทไม่อาจยอมรับได้ จึงต้องตัดสินใจยกเลิกโครงการ/กิจกรรมนั้นทันที เช่น มีเครื่องจักรเก่าที่ใช้มานาน เกินอายุการใช้งานแล้ว ซ่อมบำรุงไม่ไหว ก็คงต้องยกเลิกไลน์ผลิตนั้นไปเลยจะดีกว่า แล้วปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ก่อนที่จะทำการผลิตอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นหากเกิดปัญหาขึ้นระหว่างการผลิต จะส่งผลกระทบมากกว่าการหยุดผลิตชั่วคราว</li> </ol> <p>ผมมองว่าการบริหารความเสี่ยงในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคดิจิทัลนับว่ามีแต้มต่อมากกว่าในอดีต เพราะทำให้ต้นทุนเทคโนโลยีมีราคาที่ต่ำลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความสามารถมากขึ้น จึงเป็นการง่ายในการจัดเก็บและนำข้อมูลไปวิเคราะห์ เพื่อจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ ประเด็นอยู่ที่จะต้องจัดทำข้อมูลอย่างถูกต้องและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพราะความเสี่ยงนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา</p> <h3><strong>กันไว้ดีกว่าแก้ ต่อให้เผชิญกับวิกฤติแบบไหนก็ไปต่อได้</strong></h3> <p>             อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วว่า ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปรกติหรือภาวะวิกฤติ สภาพคล่อง ถือเป็นความเสี่ยงด้านการเงินที่สำคัญ กิจการที่จะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ต้องไม่มีปัญหาสภาพคล่อง ดังนั้น ผู้บริหารกิจการต้องบริหารสภาพคล่องไม่ให้มีปัญหา ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือและกระบวนการต่าง ๆ ขององค์กร หากผู้บริหารตรวจสอบและประเมินสถานการณ์แล้ว ต้องมีการวางแผนรองรับให้เหมาะสม ที่สำคัญคือ อย่ารอให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยมาแก้ไข ต้องป้องกันไว้ก่อน เช่น หาแหล่งเงินทุนที่เพียงพอที่จะรองรับการลงทุน ไม่ลงทุนมากเกินศักยภาพหรือแหล่งเงินทุนของตนเอง โดยไปหวังพึ่งพิงกระแสเงินสดในอนาคต (ซึ่งอาจมีความไม่แน่นอน) มาเป็นแหล่งเงินสำหรับใช้ลงทุน</p> <h3><strong>กรุงไทยเคียงข้างธุรกิจคุณ</strong></h3> <p>             ธนาคารกรุงไทยของเราเอง นอกจากจะเป็นแหล่งเงินทุนให้กับกิจการของลูกค้า ด้วยโครงการ Product Program ต่าง ๆ  ที่เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจแล้ว ธนาคารยังทำหน้าที่เสมือนพันธมิตรที่พร้อมจะให้คำแนะนำต่าง ๆ รวมถึงการรับฟังปัญหาและอุปสรรคของลูกค้าด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะวิกฤติเช่นนี้ หากผู้ประกอบการท่านใดเจอปัญหาต่าง ๆ ผมอยากให้ท่านมาแชร์กับเรา เพื่อทำความเข้าใจในปัญหาร่วมกัน ธนาคารจะหาแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา เพื่อให้ท่านสามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ไปได้ และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง แข็งแรง และยั่งยืน ทั้งส่วนของลูกค้าและธนาคารเองด้วยต่อไปในอนาคต (Growing Together for Sustainability)</p> <p><em>ขอขอบคุณข้อมูลการบริหารความเสี่ยงจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย</em></p>