หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
งานสัมมนา
โครงการอบรม
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ KTB
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


สมัครรับจดหมายข่าวจาก Krungthai SME
Krungthai SME

กรุงไทยเคียงข้าง SME ร่วมฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจไปด้วยกัน (Going Together)

 

     ธุรกิจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เราเรียกว่า SME เป็นภาคธุรกิจที่มีความสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งในส่วนของการจ้างงาน การผลิตสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภค รวมถึงการเป็นแหล่งผลิตให้ธุรกิจขนาดใหญ่นำสินค้าไปผลิตต่อที่เรียกว่า Supply Chain ผู้ประกอบการหลายรายเติบโตขยายไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ แต่มีอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถยกระดับศักยภาพในการแข่งขัน เนื่องจากขาดการสนับสนุนที่ดี วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ฟังมุมมองของผู้บริหารธนาคารกรุงไทย คุณวีระพงศ์ ศุภเศรษฐ์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานธุรกิจขนาดกลาง ที่ทำหน้าที่ดูแลลูกค้า SME จะมาเล่าให้เราฟังถึงนโยบายในการดูแลลูกค้า เพื่อร่วมก้าวเคียงข้างไปกับผู้ประกอบการ SME ในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป 

กรุงไทยพร้อมสนับสนุนเพื่อสร้างศักยภาพให้ SME

          ธนาคารกรุงไทยให้ความสำคัญต่อธุรกิจ SME มาโดยตลอด เรามีลูกค้า SME อยู่จำนวนหลายแสนล้านบาท ทั้งธุรกิจที่ก่อตั้งมานานและธุรกิจที่เพิ่งเริ่มใหม่ ในอดีตบทบาทสำคัญของธนาคารคือแหล่งเงินกู้ให้กับกิจการ โดยอันดับแรกจะพิจารณาเรื่องหลักประกัน รองลงมาคือความน่าเชื่อถือของเจ้าของกิจการหรือปัจจุบันเรียกว่า “Character ของเจ้าของกิจการ” หากมีสองปัจจัยนี้ก็สามารถกู้เงินธนาคารได้ ซึ่งปัจจุบันนอกจากเรื่องหลักประกันและความน่าเชื่อถือของธุรกิจแล้ว การพิจารณาเงินกู้ให้กับลูกค้า ธนาคารมีการศึกษาและวิเคราะห์เชิงลึกมากยิ่งขึ้น ในการดูศักยภาพของลูกค้า ทั้งเรื่องงบประมาณการทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ การบริหารความเสี่ยง รวมถึงวินัยทางการเงินของลูกค้าด้วย

          นอกจากนี้การดูแลลูกค้ามีการพัฒนาขึ้นมาก ทั้งในเรื่องระบบต่างๆ ของธนาคาร เพื่อความสะดวกสบายและความรวดเร็วของลูกค้า สามารถบริหารความเสี่ยงด้านการเงินได้ดีขึ้น ช่วยลดต้นทุน อีกทั้งยังเป็นเพื่อนคู่คิดเคียงข้างให้คำปรึกษา ทั้งด้านแหล่งข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจและการเงิน รวมถึงการให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า

เช็คลิสต์ธุรกิจพิชิตความสำเร็จ

          สิ่งที่ทำให้ธุรกิจ SME ประสบความสำเร็จมากน้อยต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยสนับสนุนต่างๆ เราจะมาดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ที่ส่งผลต่อความสำเร็จและอาจเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ธุรกิจเติบโต

  1. งบการเงินที่ไม่สะท้อนความเป็นจริงทางธุรกิจ มี SME จำนวนมากที่ไม่ให้ความสำคัญกับการจัดทำงบการเงินให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นอุปสรรคลำดับต้นๆ ในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ เพราะปัจจุบันสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับข้อมูลทางการเงินเป็นอย่างมาก ข้อมูลต้องน่าเชื่อถือธนาคารจึงมั่นใจในการพิจารณาปล่อยกู้ให้ นอกจากนี้งบการเงินที่ถูกต้องจะทำให้เจ้าของรู้สถานะที่แท้จริงของกิจการและสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
     
  2. การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน การบริหารความเสี่ยงทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการอยู่รอดของ SME โดยเฉพาะเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน ลูกค้า SME จำนวนมากไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เลย มักจะเห็นแต่โอกาสทางธุรกิจโดยลืมความเสี่ยงไป หลายครั้งขยายกิจการโดยยังไม่มีความพร้อมทางการเงิน กำไรที่สะสมมาก็ยังไม่เพียงพอ แต่มักจะหมุนเงินไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียนมาลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว ปัญหาที่ตามมาคือเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ หากไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้ระยะยาวมาทดแทนได้ทันก็จะมีปัญหาสภาพคล่องในที่สุด (Liquidity Problem) และยังมีบางรายก่อหนี้เกินความสามารถในการสร้างกำไรเงินสดมาชำระหนี้ได้ (Over Debt) และก็จะมีปัญหาในการชำระหนี้ตามมา
     
  3. การรักษาสถานภาพทางเครดิต การตรวจสอบเครดิตของผู้ขอกู้ผ่าน Credit Bureau เป็นปัจจัยที่ทุกสถาบันการเงินต้องดำเนินการหากพบว่าผู้ขอกู้มีประวัติการค้างชำระก็ไม่ส่งผลดีต่อผู้ขอกู้  หากไม่มีเหตุผลเพียงพอ สถาบันการเงินจะไม่สามารถปล่อยกู้ให้ได้ หลายครั้งที่ SME มีการตรวจพบการผิดนัดเพียงเล็กน้อยหรือไม่กี่วัน ทั้งๆที่ในบัญชีก็มีเงินสดเพียงพอที่จะชำระได้ แต่เกิดจากความไม่เอาใจใส่หรือความรอบคอบ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้นจึงอยากเน้นย้ำถึง “การรักษาสถานภาพทางเครดิตที่ดีไว้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก”
     
  4. การมีผู้บริหารที่สร้างความต่อเนื่องให้ธุรกิจ ธุรกิจที่จะมีการเติบโตอย่างเข็งแรงในระยะยาว จำเป็นต้องมีการบริหารที่ดีอย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจ SME จำนวนมากมักจะมีปัญหาเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ SME ไม่สามารถหาผู้บริหารมืออาชีพมาร่วมงานได้ แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่เจ้าของกิจการมักจะบริหารแบบ One Man Show เพราะมีความมั่นใจในศักยภาพของตนเอง หรือไม่มีลูกหลานสืบทอด แต่หากวันใดที่ท่านไม่สามารบริหารงานต่อได้ก็จะเป็นปัญหาในที่สุด ดังนั้นท่านควรเตรียมวางแผนเรื่องความต่อเนื่องทางการบริหารไว้ด้วยเพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาในอนาคต
     
  5. การมีวินัยทางการเงิน ปัญหาสำคัญที่มักพบเจอบ่อยๆสำหรับลูกค้า SME ว่าผลประกอบการทางธุรกิจออกมาดี แต่มีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้อย่างไร พอไปตรวจสอบก็พบว่าขาดวินัยทางการเงิน โดยนำเงินจากกิจการไปใช้ในเรื่องอื่นนอกกิจการ เช่น นำไปซื้อหรือเก็งกำไรที่ดิน นำไปลงทุนอื่นและท้ายที่สุดไม่สามารถนำกลับมาคืนกิจการได้ ก็จะมีปัญหาในที่สุด

หากเจ้าของกิจการ SME มีการวางแผนและเตรียมการเรื่องต่างๆเหล่านี้ก็จะลดความเสี่ยงที่จะไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจลงได้ไม่ว่าในอนาคตท่านจะเจอวิกฤตปัญหาอย่างไร

ดูแล SME ฝ่าวิกฤตโควิด19

          ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก และมีการคาดคะเนว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปอีกหลายปี เศรษฐกิจไทยที่พี่งพาการท่องเที่ยวและการส่งออกมากว่าครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจมวลรวม (GDP) ของประเทศจึงได้รับผลกระทบมาก และส่งผลต่อธุรกิจ SMEของไทยในวงกว้าง

          ธนาคารกรุงไทยมีความเข้าใจผลกระทบดังกล่าวเป็นอย่างดี เราได้เปลี่ยนนโยบายเดิมที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเติบโตของ SME เป็นการมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายภาครัฐ และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ธนาคารเห็นความจำเป็นในการช่วยเหลือลูกค้า SME ให้สามารถผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ด้วยแนวทางและระดับการช่วยเหลือที่แตกต่างกันไป ตามผลกระทบที่ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้รับ สรุปเป็นแนวทางการช่วยเหลือที่เริ่มดำเนินการแล้วดังนี้

  1. การลดดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ยฐานทั้งอัตรา MLR MOR และ MRR ซึ่งลูกหนี้ทุกรายจะได้ลดโดยไม่ต้องร้องขอ เพราะธนาคารเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องนี้ เพื่อช่วยลูกหนี้ให้ลดต้นทุนทางการเงินลง โดยลดไปถึง 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เมื่อเทียบกับต้นปี 2563 ก่อนเกิดวิกฤตโควิด 19
     
  2. การปฏิบัติตามคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับลูกหนี้ SME ที่ให้หยุดพักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือน ลูกหนี้กลุ่มนี้เมื่อออกจากมาตรการดังกล่าวเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ธนาคารกรุงไทยก็ได้ให้ความช่วยเหลือตามศักยภาพของลูกหนี้รายนั้นๆต่ออีกด้วย
     
  3. การชะลอหรือเลื่อนการชำระหนี้เงินต้นออกไป ทั้งส่วนของเงินกู้ประจำและเงินทุนหมุนเวียนซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่ที่ธนาคารให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรองรับสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน และได้นำนโยบายนี้กลับมาใช้อีกครั้งหนึ่งเมื่อต้นปี 2564 ในสถานการณ์ระบาดรอบใหม่
     
  4. การลดหย่อนและหรือชะลอการชำระดอกเบี้ย สำหรับธุรกิจที่ยังมีปัญหาไม่สามารถสร้างรายได้มาชำระได้
     
  5. การเพิ่มเงินกู้ ทั้ง Soft Loan และสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยลดหย่อนกว่าอัตราปกติ ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำเงินดังกล่าวไปหล่อเลี้ยงไม่ให้ธุรกิจปิดตัวลง เพื่อให้เกิดการจ้างงานและมีความพร้อมกลับมาดำเนินการได้โดยเร็วหากสถานการณ์กลับมาดีขึ้น

ตรวจสภาพธุรกิจ สร้างความพร้อมให้ SME

          ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ คนจำนวนมากพูดถึง New Normal ซึ่งหลายอย่างเป็นเรื่องใหม่ ทั้งพฤติกรรมการดำเนินชีวิตและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ซึ่งธนาคารกรุงไทยได้มีการศึกษา ติดตาม และประเมินผลกระทบด้านต่างๆ เพื่อปรับตัวและสร้างความพร้อมในการดูแลลูกค้าต่อไป สำหรับลูกค้า SME อยากให้ท่านลองสำรวจสุขภาพธุรกิจด้วยตนเองอย่างง่ายๆ เช่น

  • ยอดขาย รายได้ การเงิน มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และมีแนวโน้มอย่างไร
  • ลูกค้าของท่านยังแข็งแรงอยู่หรือไม่ มีกำลังซื้อเช่นเดิมไหม และมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
  • Supplier ของท่านยังแข็งแรงอยู่ และมีสินค้าส่งมอบให้ได้ทันตามที่ต้องการหรือไม่
  • เครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากร ต้องมีความพร้อมที่จะกลับมาดำเนินการได้ทันที หากเหตุการณ์ดีขึ้นและกลับสู่ภาวะปกติ

          การหมั่นตรวจสุขภาพทางธุรกิจของตนเองและธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะทำให้ SME มีคามพร้อมในการรับสถานการณ์อย่างมั่นคงและสามารถปรับตัวและนำธุรกิจของตนเองก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

          ธนาคารกรุงไทยยังคงมุ่งมั่นเคียงข้างและเป็นคู่คิดของธุรกิจ SME ไทย เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแรงและมั่นคง อยู่รอดในสถานการณ์วิกฤต เราพร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาไปกับท่าน รวมถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง(Going Together) โดยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่สินเชื่อ SME ที่สำนักงานธุรกิจของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ หรือ โทร. 0-2111-1111 กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน