หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
งานสัมมนา
โครงการอบรม
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


สนใจรับวิจัยธุรกิจและความรู้กรุงไทย SME ทางอีเมล์
Krungthai SME

ยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์ : ปรับกลยุทธ์การจัดการด้านการเงินสู่ยุค Digital Banking พร้อมนำเทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นระบบ

ยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์
ปรับกลยุทธ์การจัดการด้านการเงินสู่ยุค
"Digital Banking"
พร้อมนำเทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นระบบ


ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ของภาครัฐและองค์กรต่างๆ กระตุ้นให้ธุรกิจ SMEs นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้พัฒนาธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและมูลค่าให้กับสินค้าและการบริการ  โดยบริษัท ยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์ จำกัด ในการบริหารงานของ “สุพัฒน์กฤษ  ชัยกิจยิ่งเจริญ” หรือ “ตี๋” นักบริหารรุ่นใหม่หัวคิดทันสมัย  วัย 30 ปีก็ได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ภายในองค์กร เพื่อให้ธุรกิจก้าวทันโลกยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว

กว่า 30 ปี “ยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์” ธุรกิจครอบครัวจากรุ่นพ่อสู่ทายาทรุ่นที่ 2

       “ยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์ เป็นบริษัทที่คุณพ่อสร้างขึ้นมา คุณพ่อเป็นคนจีนที่อพยพมาอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์กับอาม่า ชีวิตคุณพ่อทำงานมาหลากหลายอาชีพมาก ตั้งแต่ซื้อของมาขาย ทำงานเป็นลูกจ้างทำสวน ทำไร่อ้อย ดิ้นรนหาเลี้ยงพี่น้องและครอบครัว ด้วยความที่คุณพ่อเป็นคนขยัน ชอบขวนขวายหาความรู้อยู่ตลอดเวลาจึงพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมีโอกาสได้รับเลือกจากชาวบ้านให้เป็นกำนันตำบลดงพลอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ จากนั้นท่านก็ทำงานการเมืองท้องถิ่นมาตลอด 
       ในช่วงปี 2530 รัฐบาลมีนโยบายด้านการขุดลอกคลองชลประทานเยอะมาก  พอดีผู้ใหญ่ที่คุณพ่อรู้จักได้งานขุดลอกคลองมาทำแล้วทำไม่ทัน จึงมอบหมายงานขุดลอกคลองชลประทานบางส่วนให้คุณพ่อทำ คุณพ่อมองว่าเป็นโอกาสจึงรีบคว้าไว้ ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ในงานด้านนี้มาก่อนเลย แต่พยายามศึกษาหาข้อมูลรวมถึงลงไปดูการทำงานของคนอื่นๆ อาศัยครูพักลักจำ ลงมือทำ และหาความรู้เพิ่มเติมในหลายๆด้าน จนในที่สุดก็ซื้อเครื่องจักรต่างๆ มาแล้วก็เปิดเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์ เพื่อรองรับงานจากทางรัฐบาล
       ห้างหุ้นส่วนจำกัดยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์ รับงานขุดลอกคลองชลประทานมาเรื่อยๆ จนกระทั่งหมดงานขุดลอกคลองชลประทาน ก็มีโอกาสได้มารับงานก่อสร้างทำถนน ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้ามาสู่งานในวงการรับเหมาก่อสร้าง โดยงานแรกเป็นงานทำถนน 2081 ที่จังหวัดยโสธร จากนั้นก็ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้ รวมระยะเวลากว่า 30 ปีแล้ว
       หลังจากที่คุณพ่อเสียไปเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว เราก็เปลี่ยนห้างหุ้นส่วนจำกัด มาเป็นบริษัท ยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์ จำกัด ปัจจุบันมีธุรกิจในเครือประกอบไปด้วย บริษัท ยิ่งเจริญค้าข้าวมหาสารคาม จำกัด และธุรกิจท่าทราย ซึ่งทำมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้วซึ่งเอื้อต่อการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างไปพร้อมๆกันได้ และปลายปีนี้กำลังจะเปิดปั๊มปตท.ในนามบริษัท TFC OIL ที่จังหวัดสุรินทร์  เนื่องจากเราอยู่ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ต้องใช้น้ำมันอยู่แล้ว จึงคิดที่จะเปิดปั๊มปตท.เพื่อต่อยอดในอนาคต โดยมองว่าหากเราสะสมประสบการณ์ทำธุรกิจปั๊มน้ำมันพอสมควรก็จะขยายกิจการปั๊มเพิ่ม”


4 พี่น้องสานต่อธุรกิจ ยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาประเทศ

       “ ธุรกิจของครอบครัวผมกับพี่ๆ ช่วยกันดูแล พวกเราทุกคนช่วยงานคุณพ่อมาตั้งแต่เด็ก ทำงานมาตลอดเวลาอยู่แล้ว วันไหนปิดเทอมก็มาช่วยคุณพ่อทำงาน ผมมีพี่น้อง 5 คน ผมเป็นคนสุดท้อง มีพี่สาว 4 คน พี่สาวคนโตจบ ป.โท  เศรษฐศาสตร์เกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วยดูแลงานด้านบัญชี  พี่สาวคนที่ 2 จบ รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ NIDA ดูแลงานด้านจัดซื้อ - ขาย และภาษีอากร พี่สาวคนที่ 3 จบ Master of science in Construction Economics and Management University collage London ช่วยดูแลงานด้านการวางแผนควบคุมการทำงาน และการดูภาพรวมของบริษัท และพี่สาวคนที่ 4 จบแพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดูแลธุรกิจโรงสีที่บริษัท ยิ่งเจริญค้าข้าวมหาสารคาม จำกัด ส่วนผมจบวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโลหะการ จากจุฬาฯ รับผิดชอบดูแลในเรื่องของการพัฒนาระบบต่างๆ และการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรเป็นหลัก
       ปัจจุบันบริษัท ยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์ จำกัด มีงานอยู่ในมือประมาณ 5,000 กว่าล้านบาทที่กำลังทำอยู่ เป็นงานมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช ซึ่งมีการก่อสร้างทางหลายตอนมาก โดยบริษัทเราได้ทำ 2 ตอนมีมูลค่างานประมาณ 3,500 ล้านบาท ถือเป็นความภูมิใจของเราเองที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาประเทศ ส่วนงานที่เพิ่งทำจบไปเป็นงานขยายทาง 4 เลน ระยะทาง 20 กิโลเมตร มูลค่างานประมาณ 600 กว่าล้านบาท รวมถึงงานสร้างอาคารด่านชั่งน้ำหนักที่ชายแดน จังหวัดหนองคาย เป็นอาคารที่สวยงามมาก หลักๆ งานของเราจะอยู่ต่างจังหวัดมากกว่า
       สำหรับแผนการทำงานหลังจากนี้คงต้องดูที่งบประมาณของทางรัฐบาลมากกว่า ว่ารัฐบาลมีแนวทางของการก่อสร้างเป็นอย่างไร เพราะรัฐบาลแต่ละสมัยจะมีโครงการที่แตกต่างกันไป รัฐบาลบางสมัยเน้นสร้างทางมอเตอร์เวย์ บางรัฐบาลเน้นโครงการพัฒนาท้องถิ่น ดังนั้น ในการทำธุรกิจจึงต้องดูงบประมาณรัฐบาลแต่ละสมัยเป็นหลัก สิ่งที่เราโชคดีอย่างหนึ่งคือได้ทำงานกับทางรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะมีงบประมาณในการพัฒนาประเทศอย่างสม่ำเสมอ อาจจะคงที่หรือเพิ่มขึ้นแต่จะไม่มีการลดลงแน่นอน ดังนั้นบริษัทของเราจึงมีงานตลอด เพียงแต่จะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่เท่านั้นเอง”


องค์กรเติบโตอย่างมีระบบ เน้นนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงาน

       “เนื่องจากผมคลุกคลีอยู่กับบริษัทมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มองเห็นว่ามีปัญหาอะไรบ้างที่ต้องแก้ไขและพัฒนา ประการแรกคือ ความที่บริษัทเราเป็นบริษัทที่อยู่ในอำเภอที่ไม่มีความเจริญอะไร  การสรรหาบุคลากรมาร่วมงานจึงเป็นเรื่องยาก เพราะไม่ค่อยมีใครอยากไปทำงานในพื้นที่ที่ไม่มีความเจริญ แต่จะทำอย่างไรให้คนสนใจและรู้สึกอยากมาร่วมงานกับเรา
       สิ่งแรกที่ทำคือ เรื่องของการทำงานอย่างเป็นระบบ คำว่าระบบคือ เมื่อก่อนเราอาจจะไม่มีสายการทำงานที่ชัดเจน ดังนั้น เราต้องจัดทำผังองค์กรให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อคนที่มาร่วมงานกับเราจะได้รู้ว่าตัวเองจะก้าวหน้าหรือเติบโตไปในทิศทางไหน มีสวัสดิการอะไรให้บ้าง รวมถึงเรื่องผลตอบแทนที่ดีที่พนักงานควรจะได้รับ เมื่อระบบมีความชัดเจนก็จะทำให้เราสามารถรู้ได้ว่าใครควรทำอะไร  หรือควรสรรหาใครเข้ามารับผิดชอบงานส่วนไหนจึงจะเหมาะสม แล้วบุคคลเหล่านั้นมีโอกาสจะเติบโตไปเป็นหัวหน้างานได้หรือไม่
       เนื่องด้วยบุคลากรที่มีอยู่ภายในบริษัททุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรรุ่นตั้งแต่ก่อสร้างบริษัทมา แต่ละคนก็มีอายุเยอะมากแล้ว เราจึงต้องสรรหาคนทำงานเจเนอเรชั่นใหม่ๆ เพื่อมาทดแทนคนทำงานที่มีอยู่ในวัยใกล้เกษียณ งานต่างๆ จะได้ดำเนินต่อไปได้ไม่มีสะดุด รวมถึงการพัฒนาเรื่องระบบไอทีและการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานธุรกิจของเราได้
       ปัจจุบันบริษัทใช้ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในการจัดการและวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ เชื่อมโยงกับระบบงานภายในขององค์กรเข้าด้วยกัน ซึ่งเรานำระบบนี้มาใช้ในส่วนงานต่างๆ อาทิ ระบบงานทางด้านบัญชีและการเงิน  ระบบงานทรัพยากรบุคคล ส่วนระบบบริหารการผลิต ระบบการกระจายสินค้า การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มาช่วยทำให้การวางแผนและการบริหารทรัพยากรของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ได้รู้ถึงต้นทุนที่ถูกต้อง ทั้งยังช่วยลดเวลาและขั้นตอนการทำงาน

ข้อดีของระบบ ERP คือ

  1. ข้อมูลในส่วนงานต่างๆ จะถูกเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลเพื่อนำไปเชื่อมโยงกับส่วนต่างๆได้อย่างเป็นระบบ ถึงเวลาจะผ่านไป 10-20 ปีก็สามารถนำข้อมูลที่เก็บไว้มาวิเคราะห์ได้ แต่ถ้าเก็บข้อมูลเป็นแบบอื่นเช่น เก็บเป็นไฟล์ Excel ถ้าเก็บไม่ดีข้อมูลก็อาจสูญหายได้ หรืออาจต้องใช้เวลาในการค้นหาข้อมูล ทำให้เสียเวลาในการทำงาน  
     
  2. ระบบ ERP มีขั้นตอนการทำงานที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมต้นทุนไม่ให้บานปลายเกินกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ เช่น ฝ่ายบุคคลต้องการจะซื้อของใช้สำนักงานก็สามารถป้อนข้อมูลเข้าไปในระบบแล้วส่งให้ฝ่ายจัดซื้อสืบราคา เปรียบเทียบราคาจากแหล่งต่างๆตามข้อมูลที่เก็บไว้ เมื่อฝ่ายจัดซื้อได้ราคาตามความต้องการก็ส่งให้ผู้อนุมัติเซ็นเพื่อซื้อของและวางบิล หมายความว่าระบบทุกอย่างของการทำงานจะอยู่ในระบบเดียวกันทั้งหมด ทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ยังไม่ได้นำระบบ ERP มาใช้ ขั้นตอนการทำงานซับซ้อนใช้เวลานาน พนักงานมีการหลงลืม หรือทำข้อมูลตกหล่นระหว่างดำเนินการได้  ระบบ ERP จึงเป็นการเก็บข้อมูลที่ได้มาตรฐาน สะดวกในการค้นหา สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้รวดเร็ว ทันเวลาที่ต้องการใช้งาน
     
  3. ไม่จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมากก็สามารถดูรายงานการทำงานผ่านระบบ ERP ได้  

       นอกจากนี้บริษัทยังได้นำระบบ GPS (Global Positioning System) มาใช้ในการทำงานได้ประมาณ 5-6 ปีแล้ว  เนื่องจากธุรกิจของเราเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีทั้งรถสิบล้อ รถเกรดเดอร์ รถแม็คโคร มีรถขนาดใหญ่เยอะมากประมาณ 400 กว่าคัน ซึ่งเราไม่สามารถจำได้ว่ามันอยู่ที่ไหน หรือทำอะไรอยู่บ้าง ผมจึงเอา GPS มาใช้โดยการติดระบบ GPS กับรถทุกคัน ถามว่า GPS ทำอะไรได้บ้าง มันสามารถบอกได้ว่ารถของเราอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่  พนักงานทำอะไรบ้าง ขับออกนอกเส้นทางมั้ย หรือน้ำมันหายไปเท่าไหร่ เพราะปัญหาหลักของธุรกิจนี้คือ ค่าใช้จ่ายมีการรั่วไหลได้ง่ายมาก
       ระบบ GPS ถือเป็นระบบหลักที่สำคัญ ซึ่งสามารถรายงานได้เลยว่ารถคันนี้วิ่งเกิน 80 กม.ที่ไหนบ้าง หรือจอดที่ไหนบ้าง ซึ่งผมมองว่าเทคโนโลยีอะไรที่สำคัญแล้วนำมาปรับใช้ในธุรกิจได้ หรือใช้แล้วคุ้มค่าเงินที่เสียไป ผมจะลงทุน ซึ่งช่วงแรกที่ซื้อ GPS มา เสียค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควร เพราะธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนั้นจะชนะหรือไม่ชนะคู่แข่ง ก็อยู่ที่ต้นทุน นี่แหละ ดังนั้นเมื่อมีการประมูลงานเกิดขึ้น เราก็จะบอกได้ว่า เราควรจะประมูลที่ราคาเท่าไหร่  เพราะเราเห็นตัวเลขชัดเจนและแม่นยำกว่า จึงเป็นเหมือนจุดแข็งของบริษัทอย่างหนึ่งเลยทีเดียว”


ก้าวทันโลกยุคสังคมดิจิทัลผ่านธุรกรรมทางการเงิน Digital Banking

       “จากเดิมที่เวลาไปโอนเงินเจ้าของธุรกิจต้องไปธนาคารเอง ซึ่งบอกตามตรงว่าเราเองก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น จึงจำเป็นต้องให้พนักงานที่เราไว้ใจไปธนาคาร เพื่อทำเรื่องแทน ซึ่งเราต้องเสียเวลาตีเช็ค เอาเช็คไปขึ้นธนาคาร เอาเงินสดออกมา แล้วไปโอนอีกธนาคาร สิ่งเหล่านี้คือการทำธุรกรรมทางการเงินแบบเดิม แน่นอนว่าคนที่จะถือเงินจำนวนมากของเราไปธนาคารได้ ต้องเป็นคนที่เราไว้ใจมาก ดังนั้นมันเลยเหมือนกับเราเสียคนๆ นั้นไปเพื่อให้ไปทำเรื่องแบบนี้ ทั้งๆที่ เขามีศักยภาพที่จะทำงานด้านอื่นๆ หรือบางทีเงินอาจสูญหาย ที่สำคัญคือเสียเวลา เพราะกว่าจะไปธนาคารหนึ่งเพื่อเบิกเงินออกมาแล้วเอาเงินไปโอนอีกธนาคาร มันใช้เวลาเกือบทั้งวัน
       ผมจึงเริ่มมองหาเครื่องมือที่จะมาช่วยลดปัญหาในการทำธุรกรรมด้านการเงินของบริษัท เพื่อให้เกิดการสูญเสียทั้งเวลาและบุคลากรน้อยลงเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว เริ่มมี Internet Banking ผมจึงสอบถามไปที่ธนาคารที่เราใช้บริการตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจซึ่งก็คือ ธนาคารกรุงไทย ช่วยแนะนำบริการ KTB Corporate Online ซึ่งเป็นบริการที่ธนาคารอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ารายนิติบุคคล หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งทางธนาคารก็จะมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำพร้อมให้คู่มือมาศึกษาผลิตภัณฑ์และบริการ มีหลายระบบงานที่สามารถตอบโจทย์ของบริษัทเรา เช่น บริการเรียกดูยอดคงเหลือและรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี (Account Information) , บริการโอนเงินระหว่างบัญชีตนเอง ทันที หรือ ล่วงหน้า (Fund Transfer (Own A/C)), บริการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลที่ 3 เฉพาะบัญชีธนาคารกรุงไทย (Fund Transfer (3rd Party)) เป็นต้น ซึ่งบริการต่างๆเหล่านี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราได้มากทีเดียว ทำให้เราทำธุรกรรมการเงินและบริหารด้านการเงินต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง
       ช่วงนั้นมีข่าวเรื่องการโกงเงินกันทางอินเทอร์เน็ต โอนเงินแล้วไปบ้าง ไม่ไปบ้าง ผมเองก็กังวลจึงยังไม่มีความมั่นใจในระบบว่าจะสามารถใช้งานได้จริงมั้ย  แต่หลังจากนั้นก็ได้ลองใช้งานดูเริ่มทีละ 2-3 รายการก่อน ว่าพอทำแล้วจะเกิดการผิดพลาดอะไรมั้ย  เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองด้วย ผมลองใช้อยู่ประมาณ 2-3 เดือน ก็เริ่มมั่นใจมากขึ้น หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาใช้บริการ  KTB Corporate Online เกือบทั้งหมด

ปัจจุบันบริษัทใช้ผลิตภัณฑ์และบริการหลักของธนาคารกรุงไทย คือ

  1. KTB Bulk Payment System บริการรองรับการทำรายการโอนเงินที่มีจำนวนรายการโอนเงินต่อครั้งสูง ซึ่งทางบริษัทใช้บริการนี้โอนเงินให้กับทางซับคอนแทรค ซึ่งสะดวก ปลอดภัย ประหยัด รวดเร็ว และช่วยลดขั้นตอนในการโอนเงิน สามารถโอนเงินได้ทั้งผู้รับเงินบัญชีกรุงไทย และธนาคารอื่นๆ สามารถทำได้ด้วยตนเองผ่านอินเทอร์เน็ต ติดตามสถานะและผลการทำรายการแบบ Real Time
     

  2. KTB Payroll คือบริการชำระเงินเดือนพนักงาน โดยการโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อจ่ายเงินเดือนอัตโนมัติให้แก่พนักงาน  สมัยก่อนเวลาจะจ่ายเงินเดือนพนักงานเราต้องไปเบิกเงินมาจากธนาคาร เสร็จแล้วให้พนักงานนับเงินใส่ซอง ซึ่งเมื่อก่อนมีพนักงาน 200 คนก็พอจะทำได้ แต่ปัจจุบันมีพนักงาน 400 กว่าคน จึงไม่สามารถให้คนมานั่งนับเงินใส่ซองได้ จึงเปลี่ยนมาใช้บริการ KTB Payroll แทน
     

  3. KTB LG Online บริการออกหนังสือค้ำประกันแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ที่เชื่อมต่อกับระบบ KTB Corporate online ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งบริการนี้อำนวยความสะดวกให้กับบริษัทในการเข้าร่วมประมูลงาน สามารถยื่นขอออกหนังสือค้ำประกันแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านธนาคารได้ตามประเภทของหนังสือค้ำประกันที่กรมบัญชีกลางกำหนดไว้ 

ยึดมั่นเรื่องความซื่อสัตย์และการทำงานอย่างมีคุณภาพ

       บริษัทเติบโตและมีความมั่นคงมาถึงวันนี้ได้ ผมว่าหลักๆ คงเป็นเรื่องของความซื่อสัตย์ เพราะคุณพ่อสอนเสมอว่า ทำงานอะไรอยากให้ทำให้สมบูรณ์ ทำให้ได้คุณภาพ ถ้าจะทำไปแบบลวกๆ อย่าทำเลย ซึ่งลูกค้าของผมคือ รัฐบาล ทำงานอะไรก็ทำให้ได้มาตรฐาน ทำเต็มที่ หรือถ้าเป็นไปได้คือต้องทำให้ดีกว่าคนอื่น และต้องซื่อสัตย์กับทางซับคอนแทรคที่เราจ้าง เพราะจะมีงานบางประเภทที่เราไม่ถนัด แต่คนอื่นถนัดกว่า เช่น งานสร้างสะพาน งานอาคาร  ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องทำเองทั้งหมด เพราะเราจะเชี่ยวชาญงานการสร้าง Infrastructure  โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เรื่องของถนน ชลประทาน งานพวกนี้เราทำเอง ฉะนั้น เวลาคุยกับซับคอนแทรคตกลงอย่างไรก็ควรที่จะดำเนินการต่อไปอย่างนั้น ต้องซื่อสัตย์กับลูกน้องในเรื่องของเงินเดือน ต้องจ่ายเงินให้ตรงเวลา  เมื่อเราตรงไปตรงมากับทุกคน ในการประมูลงานที่มีลักษณะการทำงานที่ยาก ทางหน่วยงานต่างๆ ก็อยากให้เราประมูลให้ได้ เพราะทำแล้วงานออกมาดี ซึ่งหมายความว่าเขาไว้ใจเราในหลายๆ ด้าน ทั้งมาตรฐานการทำงาน ด้านเวลาไม่เกินสัญญา เพราะผู้ประกอบการก็ไม่ได้มีน้อย มีเป็น 100 ราย 1,000 ราย แต่เขายังคิดถึงเราก่อน ดังนั้น ชื่อของเราจึงเป็นหนึ่งในลิสต์ของเขา เพราะงานง่ายๆ ใครก็ทำได้ แต่งานยากๆ เขาบอกต้องให้ยิ่งเจริญก่อสร้างบุรีรัมย์จัดการ นี่คือสิ่งที่ทำให้บริษัทอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้”

อัพเดทเมื่อ 18/12/2561