“เกาะพะงัน” นอกจากจะเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกจากงาน “ฟูลมูนปาร์ตี้” ที่จัดขึ้น ณ หาดริ้นแล้ว ยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลากหลายกลุ่ม ที่ต้องการแสวงหาธรรมชาติงดงาม หาดทรายขาวสะอาด และความเงียบสงบ ที่นับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ธุรกิจที่พัก โรงแรม และรีสอร์ทเติบโตเป็นเงาตามตัว และหนึ่งในนั้นคือรีสอร์ทหรูซึ่งแทรกตัวอยู่ในอ่าวท้องนายปานน้อย ภายใต้ชื่อ “ปานวิมาน รีสอร์ท” รีสอร์ทที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามมายาวนานกว่า 30 ปี โดยการริเริ่มและบุกเบิกของ “จักรริน จันทรวิสูตร” President Panviman Group of Resorts
กว่าจะมาเป็น “ปานวิมาน รีสอร์ท”
“ผมเป็นคนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มทำธุรกิจขายอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ปี 2519 เป็นผู้ผลิต นำเข้าจากต่างประเทศ และจัดจำหน่ายอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ และสื่อการเรียนการสอนทางวิทยาศาสตร์ทุกประเภท เช่น เครื่องแก้วสารเคมีอุปกรณ์ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงโปสเตอร์เพื่อการศึกษา วีดีทัศน์ สื่อมัลติมีเดียฯ ให้กับสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ในนามบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเปิดมาถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 42 ปีแล้ว
ต้องบอกว่าจุดแรกเริ่มการทำงานของผมเป็นงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรมและรีสอร์ทเลย แต่วันหนึ่งพ่อของรุ่นพี่ที่เคยเรียนอยู่ที่เดียวกัน บ้านของเขาอยู่เกาะสมุย บอกว่ามีที่จะขายให้ในราคาถูก ผมสนใจเลยซื้อเก็บไว้ 10 ไร่ ตอนนั้นเกาะสมุยเริ่มมีการก่อสร้างสนามบิน เมื่อสนามบินเริ่มเปิดใช้ ก็คิดว่าในอนาคตเกาะสมุยน่าจะเจริญ หลังจากนั้นผมก็เริ่มมองหาที่ใหม่ๆ เพิ่ม ได้ไปดูที่ที่เกาะพะงันเพราะอยู่ใกล้ๆ กับเกาะสมุย ตอนนั้นที่ดินยังราคาถูก และชายหาดสวย ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้อที่ดิน แค่อยากไปเที่ยวมากกว่า มีคนในพื้นที่พาเราไปดูที่บริเวณอ่าวท้องนายปานน้อย ซึ่งก็คือแปลงที่ทำปานวิมาน รีสอร์ท ในปัจจุบัน ชาวบ้านเจ้าของที่อยากจะขายเพราะมีความจำเป็นเรื่องเงิน โดยขายแปลงที่อยู่ไกลจากหมู่บ้านและท่าเรือมาก ตอนนั้นถนนยังเป็นดินลูกรังไปมาลำบากมาก เมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว เมื่อผมเห็นแล้วผมชอบมาก ที่ดินเป็นอ่าวรูปครึ่งวงพระจันทร์ที่สวยมาก โลเคชั่นดี มีทั้งภูเขา ต้นไม้ และหาดทรายขาวสะอาด มีปะการังสมบูรณ์ เงียบสงบ ถ้ายืนอยู่บนยอดเขาแล้วมองออกไปจะเห็นท้องทะเลสวยงามมาก อีกทั้งอยู่ใกล้น้ำตกธารประพาส ตอนนั้นแม้ผมจะไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจที่พักโรงแรมและรีสอร์ท แต่ผมเชื่อมั่นว่าที่ดินผืนนี้เป็นที่ที่ทำเลดี สมบูรณ์มาก เหมาะสำหรับการพักผ่อน ในอนาคตน่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวจำนวนมากอย่างแน่นอน ทั้งๆที่ตอนนั้นยังเป็นที่ๆ ห่างไกลความเจริญหลายอย่าง สิ่งอำนวยความสะดวกทุกประเภทไม่มีเลยแต่ผมตัดสินใจซื้อที่มา 15 ไร่
ต่อมาที่ดินบริเวณที่ผมซื้อเริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยว โดยเฉพาะพวกแบ็คแพ็คเกอร์ซึ่งชาวบ้านในพื้นก็ทำเป็นกระท่อมเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวเช่าคืนละไม่กี่สิบบาท มีประมาณไม่กี่แห่ง ผมไปดูว่าเขาทำที่พักกันแบบไหน ซึ่งทำกันแบบง่ายๆ เป็นห้องพักเล็กๆ ห้องน้ำแยก หรือไม่ก็ห้องน้ำรวม พอเห็นแบบนั้นเลยเกิดความคิดว่าไหนๆ เราก็มีที่ดินอยู่แล้ว และเป็นที่ที่มีทำเลดีมาก โอบล้อมไปด้วยต้นไม้และธรรมชาติ ผมเลยสร้างเป็นแบบกระท่อมเล็กๆ ขึ้นมา 11 หลัง ห้องน้ำรวมสะอาดให้เช่า คืนละ 80 บาท ตั้งชื่อว่า “ปานวิมาน” ที่ใช้ชื่อนี้เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นชายหาดชื่อ “ท้องนายปานน้อย” คนที่มาอยู่คนแรก คือ ลุงปาน เลยเอาชื่อปานมาตั้ง ประกอบกับสถานที่ก็สวยงามเหมือนเป็นวิมานจริงๆ ยิ่งคืนเดือนเพ็ญ 15 ค่ำพระจันทร์เต็มดวงยิ่งสวยมาก
หลังจากนั้นผมก็ปรับราคาขึ้นมาจาก 80 บาทเป็น 250 บาท และเริ่มไปซื้อที่ดินแปลงที่อยู่ติดกับที่ดินเดิมเพิ่มเรื่อยๆ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีเพิ่มมากขึ้น ผมเริ่มสร้างเป็นอาคารโรงแรม เปิดให้เช่าคืนละ 500-600 บาท เป็นห้องแบบไม่มีแอร์ ถ้าห้องมีแอร์จะเพิ่มอีก 200 บาทตอนแรก ไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย เป็นลักษณะรอนักท่องเที่ยวเดินเข้ามาพักเอง เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรู้ว่ามีที่พักอะไรอยู่ตรงไหนจากไกด์บุ๊ค ข้อมูลต่าง ๆ ก็จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ของไกด์บุ๊คที่เดินทางมาสำรวจรอบเกาะพะงัน เพื่อดูว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไร อยู่ตรงไหน เดินทางไปอย่างไร มีที่พักแบบไหน ราคาเท่าไหร่ แล้วนำข้อมูลไปเขียนลงในไกด์บุ๊ค แนะนำเส้นทางให้เสร็จ นักท่องเที่ยวก็จะหาข้อมูลจากไกด์บุ๊ค กางแผนที่เดินหาที่พักและแหล่งท่องเที่ยวกันเอง เมื่อก่อนจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นแบ็คแพ็คมาเที่ยว หลังๆ เริ่มมีวัยทำงาน กลุ่มครอบครัวมาพัก ซึ่งโดยธรรมชาติของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเวลาพักที่ไหนแล้วโลเคชั่นดี สะอาด และเงียบสงบ จะพักอยู่ที่นั้นๆ เป็นเวลานาน ไม่ค่อยเปลี่ยนที่พักเพราะเขาต้องการมาพักผ่อนจริงๆ
ต่อมาเราเริ่มทำการตลาดโดยการหาลูกค้าจากท่าเรือ โดยให้เซลล์ไปยืนแจกโบว์ชัวร์หรือใบปลิวของรีสอร์ทเวลานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขึ้นมาจากเรือโดยสาร ระยะหลังเริ่มเป็นลักษณะการบอกต่อๆ กันของลูกค้าที่เคยมาพัก ซึ่งลูกค้าชาวต่างชาติที่มาพักเป็นระยะเวลานานๆ พักกันเป็นเดือน อยู่กันจนเป็นเหมือนคนในครอบครัว เป็นพี่น้องกัน จะมีการช่วยเขียนรีวิวส่งไปให้สื่อต่างๆ ที่เมืองนอก จากนั้นก็เริ่มมี Travel Agency เข้ามา เช่น ดีทแฮล์ม แทรเวิล (ประเทศไทย) ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย โดยให้บริการข้อมูลการท่องเที่ยวแก่ลูกค้ามานานกว่า 50 ปี และมีเครือข่ายสำนักงานสาขาอยู่ใน 12 ประเทศ, แกรนด์ทัวริสโม่ บริษัททัวร์ท่องเที่ยว จัดสัมมนาดูงานต่างประเทศและจัดกรุ๊ปส่วนตัวที่เดินทางตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป พวกนี้จะทำธุรกิจทัวร์ส่งนักท่องเที่ยวไปที่เกาะสมุย อยู่แล้ว เขาเริ่มมองหาแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ๆ สมุย เพื่อขยายตลาดเพิ่ม แล้วก็สนใจอยากจะเอานักท่องเที่ยวมาพักที่เกาะพะงัน ปานวิมาน จึงเป็นเจ้าแรกที่มีการทำการตลาดกับ Travel Agency เพราะรีสอร์ทอื่นและชาวบ้านบนเกาะพงันชอบเปิดห้องพักให้นักท่องเที่ยวเช่าเอง โดยไม่ชอบติดต่อกับ Travel Agency เพราะรู้สึกว่ายุ่งยาก ต้องทำเอกสารในการโอนเงิน ในตอนนั้นนอกจากปานวิมานแล้ว ก็ไม่มีใครทำการตลาดผ่าน Travel Agency เลย
จริงๆแล้วการทำการตลาดผ่านบริษัท Travel Agency ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย ทางบริษัทจะมียอดจองจากคนที่ต้องการมาเที่ยวเมืองไทยจากตัวแทนของเขาที่เมืองนอก ซึ่งเป็น Travel Agency พาร์ทเนอร์ที่มีความต้องการจะส่งนักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศมาเที่ยวเมืองไทยอยู่แล้ว Travel Agency เหล่านี้จะไปนำเสนอขายปานวิมาน รีสอร์ท ให้ว่ามีห้องพักแบบไหน ราคาเท่าไหร่ พอทาง Travel Agency ต่างประเทศโอเค เขาก็จะส่งยอดจองมาให้เรา นักท่องเที่ยวจะเดินทางไปที่เกาะพะงันเอง ส่วนเราก็รอรับอยู่ที่โรงแรม ระยะหลังเราเริ่มมีรถรับ-ส่งจากท่าเรือมาที่โรงแรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวมากขึ้น
ประมาณ 5-6 ปีต่อมาเราเริ่มรีโนเวตโรงแรม โดยทุบในส่วนที่ทำเป็นกระท่อมทิ้ง แล้วสร้างเป็นห้องพักที่มีพื้นที่กว้างประมาณ 25-30 ตารางเมตร ขายคืนละ 3,000-4,000 บาท มีแอร์ทุกห้อง ปรับปรุงและปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บวกกับมีคู่แข่งเป็นโรงแรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องทำการปรับปรุงรีสอร์ทให้สอดรับกับยุคสมัย ซึ่งปานวิมาน รีสอร์ท มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่อง'
กลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 90-100% เน้นทำการตลาด ผ่าน Travel Agency และ Online Travel Agency
“กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ 90-100% จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป เป็นชาวเยอรมัน อังกฤษ และสแกนดิเนเวีย ไม่มีนักท่องเที่ยวคนไทยเลย ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะคนไทยไม่ชอบเดินทางไกล ต้องนั่งเครื่องบิน ขึ้นรถ ลงเรือ หลายต่อกว่าจะมาถึง ประกอบกับนักท่องเที่ยวไทยชอบความสนุกสนาน ชอบช้อปปิ้ง แต่ที่เกาะพะงันไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย มีแต่ชายหาดกับทะเล ทิวมะพร้าว ธรรมชาติมากๆ ซึ่งคนไทยจะไม่ค่อยชอบ ไม่เหมือนต่างชาติซึ่งโดยพฤติกรรมจะชอบพักที่เงียบๆ มีที่เล่นน้ำ มีที่อาบแดด หาดทรายสวยๆ ที่สะอาดและสงบ
ปัจจุบันเรายังทำการตลาดกับ Travel Agency อยู่ แต่ด้วยลักษณะของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปจากกลุ่มแบ็คแพ็ก เริ่มมีคู่รัก คนทำงาน และกลุ่มครอบครัวเข้ามาพักเพิ่มขึ้น ประกอบกับโลกการสื่อสารที่เปลี่ยนไป เราจึงเริ่มใช้พวก Social Media มากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเริ่มใช้ บุ๊คกิ้งผ่านทางเว็ปไซต์ของเราเอง คือ รวมถึงขยายช่องทางมาในกลุ่ม OTA (Online Travel Agency) ซึ่งเป็นเอเยนซีที่ทำออนไลน์อย่างเดียว ตอนนี้ที่เราใช้บริการ OTA รายใหญ่ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ได้แก่ Agoda.com, Expedia.com, Booking.com ซึ่งลูกค้าที่บุ๊คกิ้งมาพักกับเราจะมาจาก OTA 60% ที่เหลือเป็น Travel Agency และอีกส่วนก็บุ๊คกิ้งจากเว็บไซต์ของเราเอง นอกจากนี้เรายังทำการตลาดผ่านงานโรดโชว์เป็นประจำทุกปีด้วย อาทิ งาน ITB (International Tourism Borse) งานมหกรรมทางการท่องเที่ยวนานาชาติที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของโลก ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งเน้นกิจกรรมด้านการส่งเสริมการขายการท่องเที่ยว การเจรจาธุรกิจ ภายใต้การสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำหรับแผนการตลาดปี 2560 ในด้านของ Travel Agency และ Online Travel Agency เรายังคงทำอยู่ หากมีแพ็คเกจอะไรใหม่ๆ ก็จะต้องไปนำเสนอ ซึ่งถือเป็นงานหลักที่ต้องทำเป็นประจำอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ต้องหาเอเยนซีรายใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย พร้อมกับขยายฐานตลาดออกไปให้กว้างมากยิ่งขึ้น โดยเรามองไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนและเอเชีย โดยไปร่วมออก บูธงานโรดโชว์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ที่ประเทศจีนและสิงค์โปร์ให้มากขึ้นด้วย”
สูตรสำเร็จ “ปานวิมาน รีสอร์ท” ประกอบด้วย โลเคชั่นงดงาม และการบริการของบุคลากร
“ผมคิดว่าสิ่งแรกที่สำคัญมากคือ โลเคชั่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ธรรมชาติสร้างเอาไว้ให้แล้ว เราไม่ได้ไปทำลายหรือเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เราพยายามเก็บรักษาธรรมชาติในแบบที่ควรเป็นทุกอย่างไว้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นก้อนหินหรือต้นไม้ เราเก็บรักษาไว้อย่างดี ไม่เคยไปโค่นหรือทำลาย เพราะคอนเซ็ปต์ในการทำรีสอร์ทของผม คือ ทำรีสอร์ทที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ และจุดแข็งที่สำคัญอีกอย่างคือ การบริการและบุคลิกภาพของพนักงานที่มีความเป็นไทย ใช้ความอ่อนโยนของคนไทยในเรื่องของการยิ้มแย้มแจ่มใส การดูแลแขกให้มีความอบอุ่น ตลอดจนเรื่องการอำนวยความสะดวกสบาย การทักทายที่เป็นมิตร พนักงานของเราทุกคนพร้อมที่จะดูแลลูกค้าจากใจจริง นอกจากนั้น เรายังยึดเรื่องของวัฒนธรรมไทย การแสดงแบบไทย เช่น การรำตาลีกีปัส ระบำนางกลอง รำอเมซิ่งไทยแลนด์ รำลาวกระทบไม้ เป็นการร่ายรำที่หลากหลายของทุกภาค โดยความร่วมมือของพนักงานของเราเอง ซึ่งการแสดงนี้ทำให้แขกที่มาพักในขณะที่กำลังพักผ่อนและรับประทานอาหารเกิดความสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจกับศิลปะแบบไทย
พนักงานของปานวิมาน รีสอร์ท เกาะพะงัน ส่วนใหญ่จะเป็นคนนอกพื้นที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียง ส่วนคนในพื้นที่มีไม่มาก ตอนนี้มีพนักงานอยู่ประมาณ 170 คน ซึ่งผมคิดว่าทุกคนคือ ผู้ร่วมงาน เป็นคนในครอบครัว แต่เวลาทำงานก็ต้องทำเป็นระบบระเบียบ เพราะธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจให้บริการลูกค้า ต้องมีกฎระเบียบและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน ใครทำหน้าที่อะไร แต่ละตำแหน่งจะมีขอบข่ายหน้าที่การทำงานที่ระบุไว้อย่างละเอียด เพราะถ้าเราบกพร่องเพียงนิดเดียว แขกจะรู้สึกไม่แฮปปี้ การพัฒนาบุคลากรนั้นผมถือเป็นเรื่องสำคัญมาก จึงจัดให้มีการฝึกอบรมอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในเรื่องของภาษา และเรื่องมาตรฐานการจัดการในการทำงานที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ”
เงินลงทุน ทำเลที่เหมาะสม และการบริการ คือปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท
“การทำธุรกิจโรงแรมอย่างแรกต้องมีเงินทุน หรือมีสถาบันการเงินให้การสนับสนุนเรื่องเงินทุน หรือมีทรัพย์สิน มีที่ดินอยู่แล้ว คือยังไงก็มีทุนมาก่อน ต่อมาคือเรื่องของทำเลที่ดี ถ้าทำเลไม่ดีอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวก็ไม่มีประโยชน์ ถึงจะเป็นหาดสวยๆ แต่ไปอยู่ใน Destinations ที่นักท่องเที่ยวยังไม่รู้จักก็ไม่ได้ และต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร ถ้าเปิดเป็นโรงแรมที่อยู่ในเมืองก็ไม่เป็นไร เพราะกลุ่มเป้าหมายคือ นักธุรกิจหรือเซลล์เข้าพัก แต่ถ้าเป็นรีสอร์ทต้องมองว่าโลเคชั่นตรงนั้นเป็นจุดขายได้มั้ย เป็นพื้นที่ที่สามารถพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้หรือไม่ ต้องชัดเจนเรื่องพวกนี้ ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นพวกยุโรป ชายหาดต้องดี น้ำต้องใส และถ้าไปอยู่ในที่ที่พัฒนายาก ถึงจะมีเงินลงทุนเยอะทำยังไงก็ยังยาก ฉะนั้น ธุรกิจต้องได้เปรียบในเรื่องสถานที่ก่อน
การทำโรงแรมและรีสอร์ทเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการ ดังนั้นต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด พัฒนาระบบให้ดี การบริการต้องได้มาตรฐาน โรงแรมต้องไม่โทรม แต่ละปีต้องมีการทำอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่ว่าทำทุกอย่างได้ในวันนี้เท่านั้น แต่ต้องทำต่อเนื่องเรื่อย ๆส่วนตัวผมชอบเดินทางไปต่างประเทศ ไปดูงานเทรดต่างๆ พอไปแล้วก็พยายามเป็นคนช่างสังเกตว่ามีอะไรเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรมบ้าง เพื่อนำมาปรับใช้ในกิจการ หรือเวลาไปพักโรงแรมต่างๆ ก็จะสังเกตว่าห้องพักเป็นแบบไหน บริการเป็นอย่างไร ผมเป็นคนเดินทางบ่อย แต่การเดินทางของผมจะเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับงานไปด้วย เพราะผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธุรกิจที่ฝังไว้ในความคิดอยู่ตลอดเวลาไปแล้ว”
อัพเดทเมื่อ 18/11/2560