หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
งานสัมมนา
โครงการอบรม
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


สนใจรับวิจัยธุรกิจและความรู้กรุงไทย SME ทางอีเมล์
Krungthai SME

กาสะลองเซรามิคส์ “รู้ลึก รู้จริง รู้ทุกสิ่งในธุรกิจที่ทำ” นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวล้ำคู่แข่ง

กาสะลองเซรามิคส์
“รู้ลึก รู้จริง รู้ทุกสิ่งในธุรกิจที่ทำ” 
นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่
มาขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวล้ำคู่แข่ง

 

     หากเอ่ยถึงงานเซรามิกในประเทศไทย น้อยคนนักที่จะไม่รู้ว่าจังหวัดลำปางเป็นแหล่งผลิตเซรามิกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ทว่าในสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาส่งผลให้ธุรกิจหลายแห่งต้องประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ธุรกิจไม่ทำกำไร บางแห่งถึงกับปิดตัวลง แต่สำหรับ “บริษัทกาสะลองเซรามิคส์ จำกัด ”ผู้ผลิตและจำหน่ายเซรามิกที่ใช้บนโต๊ะอาหารมีคุณภาพสูงและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีกำลังการผลิตและส่งออกต่างประเทศมากที่สุดสามารถฝ่าคลื่นวิกฤตเศรษฐกิจมาได้  ภายใต้การบริหารงานของ “นิวัฒน์ เชาว์กิตติโสภณ” ทายาทรุ่นที่สอง ผู้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาธุรกิจนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้จนทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 50 ปี

 

จากธุรกิจ SMEs เติบโตสู่อุตสาหกรรมส่งออกผลิตภัณฑ์เซรามิกรายใหญ่ของไทย ด้วยวิสัยทัศน์การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้

     นิวัฒน์ เชาว์กิตติโสภณ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท กาสะลองเซรามิคส์ จำกัดทายาทรุ่นที่สอง ผู้สานต่อธุรกิจภายใต้แบรนด์ “KASALONGCERAMICS” เผยถึงแนวคิดในการสานต่อธุรกิจ SME  ให้เติบโตจนกลายมาเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ  ของประเทศว่า
     'ครอบครัวผมทำธุรกิจผลิตเครื่องใช้เซรามิกขายในประเทศมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 50 ปี ผมเป็นทายาทรุ่นที่สองเข้ามาสานต่อธุรกิจ จากการผลิตแบบเดิมๆ ที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก ก็มาเริ่มลงทุนเพิ่มเป็นเงินเกือบ 500 ล้านบาท นำเข้าเครื่องจักรและเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้ในขั้นตอนการผลิต  แนวคิดในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการผลิตนั้น เกิดจากปัจจัยหลายๆ ด้าน รวมทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองในเวลานั้นด้วย

     ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าก๊าซ  LPG  ค่าขนส่ง ค่าจ้างแรงงานที่ปรับขึ้นเป็น 300 บาท รวมถึงวัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาใช้ในการผลิต ถือเป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนจะเกิดปัญหาทางธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 100%ภายใต้การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง มีดีไซน์ที่ดูทันสมัย และเหมาะสมกับการใช้
     สำหรับการนำเทคโนโลยีมาใช้นี้ก็ต้องศึกษาหาข้อมูล ต้องไปดูที่แหล่ง ของเรานำเข้ามาจากเยอรมัน ดังนั้นก็ต้องไปดูการผลิตของเขา ไปเลือกที่เหมาะกับธุรกิจของเรา ไปฟังรายละเอียดต่างๆ ว่ามีข้อดีอย่างไร ใช้อย่างไร อาทิ เทคโนโลยีที่นำมาขึ้นรูปแห้งโดยใช้โรบอร์ตทำงานนี้ เราตัดสินใจนำเข้ามาเพื่อช่วยลดปัญหาเรื่องคนและลดอัตราความเสียหายของผลิตภัณฑ์จากการเคลื่อนย้าย และการสต็อกผลิตภัณฑ์ก่อนเข้าเตาเผา ลดอัตราการใช้พลังงานเชื้อเพลิงก๊าซ LPG การนำโรบอร์ตมาทำงานในโรงงานเซรามิกนี้ ยังไม่มีใครทำ บริษัทของเราเป็นเจ้าแรกในโลกที่ลงทุนด้านนี้
     บริษัทกาสะลองเซรามิคส์ เป็นบริษัทที่ทำวัสดุในการผลิตเองทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ต้นน้ำคือ แปรสภาพวัตถุดิบ การขึ้นรูป และไปจนถึงการจัดจำหน่าย  โดยบริษัทเป็นผู้รับจ้างผลิต หรือเป็น OEM (Original Equipment Manufacturer)และจำหน่ายเองภายใต้แบรนด์ “KASALONGCERAMICS”
 

รุกตลาดต่างประเทศ จับมือคู่ค้ายักษ์ใหญ่อย่าง IKEA 

     บริษัททำการตลาดจากสินค้า SMEs ที่ขายในประเทศมาเป็นสินค้าส่งออก ผ่านงานแสดงสินค้าและงานแฟร์ในต่างประเทศ หลายๆ ประเทศทั้งเยอรมัน ฝรั่งเศส ฮ่องกง บรูไน ญี่ปุ่น ฯลฯ เรียกว่าไปทุกที่ที่มีงานแสดงสินค้า แต่ละครั้งที่ไปออกบูธในต่างประเทศจะมีลูกค้าเข้ามาชมสินค้าที่บูธเยอะมาก ด้วยความที่เรามีสินค้าหลากหลายรูปแบบ มีดีไซน์ที่ตรงกับความต้องการในการใช้งานของผู้บริโภคในต่างประเทศ อาทิ จาน ชามขนาดใหญ่ จึงทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักดีในนามบริษัท กาสะลองเซรามิคส์ จำกัด ผู้ผลิตเซรามิกเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในรูปแบบต่างๆ จนสินค้าของเราไปเข้าตาหน่วยสำรวจผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนของบริษัท อิเกีย ประเทศสวีเดน ขณะที่เราจัดงานแสดงสินค้าที่ประเทศเยอรมัน หลังจากนั้นก็มีการเจรจาเพื่อทำธุรกิจร่วมกัน โดยอิเกียได้ส่งหน่วยสำรวจผลิตภัณฑ์เข้ามาดูโรงงานของเราก่อนว่ามีไซส์ขนาดไหนบ้าง สามารถผลิตสินค้าได้มากน้อยแค่ไหน  มีความเป็นไปได้หรือไม่ในการรับผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์อิเกีย ด้วยศักยภาพของโรงงาน และคุณภาพของสินค้า ทำให้บริษัท กาสะลองเซรามิคส์ ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท อิเกีย ให้เป็นผู้รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนภายใต้แบรนด์อิเกีย ซึ่งตอนนี้นับรวมระยะเวลาในการเป็นคู่ค้ากันมาถึงวันนี้ก็นานกว่า 10 ปีแล้ว
 

     สำหรับสินค้าเซรามิกที่ส่งออกนั้น มีหลายรูปแบบ และหลายขนาดแตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่บนโต๊ะอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในครัวเรือน มีจำนวนหลายสิบล้านชิ้นต่อปี การที่อิเกียมีสาขาอยู่หลายประเทศทั่วโลก ทำให้ต่างประเทศทราบว่าผลิตภัณฑ์เซรามิกที่พวกเขาซื้อใช้นั้นผลิตในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจมาก ที่ผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทยไปอยู่บนโต๊ะอาหารของผู้คนทั่วโลก  ส่งผลให้บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นทุกปี ยอดส่งออก 100% ในตลาดยุโรป อังกฤษ สหรัฐอเมริกา สวีเดน ฝรั่งเศสเยอรมัน เบลเยียม ออสเตรเลีย อิสราเอล และอิตาลี
 

พัฒนาไม่หยุดนิ่งทั้งผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีจากความช่วยเหลือของคู่ค้าธุรกิจ

     บริษัททำการค้าขายกับอิเกียมายาวนานกว่า 10 ปี ซึ่งอิเกียเป็นดีพาร์ทเมนสโตร์อันดับหนึ่งของยุโรปจึงมีความชำนาญ และเชี่ยวชาญทั้งเรื่องการดีไซน์และคุณภาพของสินค้า โดยเฉพาะสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน รวมถึงโปรดักส์ที่เป็นของใช้ในห้องครัว และห้องนอน ฉะนั้นทุกๆ ปีเราจะมีโอกาสได้เดินทางไปดูเทรนด์ใหม่ๆ ของสินค้าว่าเทรนด์ของสินค้าช่วงเวลานั้นเป็นอะไร  สินค้าตัวนี้ใช้กับอะไร เหมาะกับอะไร คอลเลคชั่นฤดูหนาว ฤดูฝน ฤดูร้อน เป็นอย่างไร รวมถึงสินค้าตามดีไซน์ของแต่ละธีม ข้อดีในการทำธุรกิจกับคู่ค้าที่เป็นชาวต่างชาติ คือ เวลาต้องการอะไรเขาจะบอกเรา ซึ่งเราต้องฟังโจทย์ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการแล้วนำมาคิดต่อ ขณะเดียวกันโจทย์จากลูกค้าก็จะมีมาให้คิดอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับ อิเกียเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของเรา ก็จะเอาเราเข้าไปอยู่ในแผนการพัฒนาสินค้าของบริษัทเขาด้วย ทำให้เรามีโอกาสได้เรียนรู้และพบเห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลา ซึ่งช่วยให้เราสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจในการผลิตสินค้าได้ตรงตามโจทย์ที่ทางอิเกียต้องการได้ดียิ่งขึ้น
 

     ผมคิดว่าการผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมเป็นทางเลือกค่อนข้างเหมาะสมกับธุรกิจเซรามิก  คำว่าสินค้าที่มีนวัตกรรมนั้นต้องผ่านกระบวนการคิดนอกเหนือจากการผลิตสินค้าแบบเดิมๆ เพื่อมุ่งหมายให้เกิดความแตกต่าง และสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงกว่าเดิม เพราะมีค่านวัตกรรมอยู่ในสินค้า การผลิตสินค้าที่มีดีไซน์และการสร้างลักษณะเฉพาะรวมถึงสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองจะเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีในการอยู่รอด
 

ความคิดที่แตกต่าง สร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ 

     ผมมองว่าเทคโนโลยีใครๆ ก็สามารถซื้อกันได้หากคุณมีเงิน แต่ประเด็นคือ ซื้อเทคโนโลยีมาแล้วสามารถคิดต่อยอดได้หรือไม่ ถ้าคิดได้ก็นำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีนั้นมาต่อยอดพัฒนาธุรกิจได้  ฉะนั้น ต้องรู้ว่าเราจะทำธุรกิจอะไร  ในท้องถิ่นที่เราอยู่ตรงนั้นมีวัตถุดิบอะไร แล้วถ้าสามารถจัดการกับวัตถุดิบนั้นได้ รู้จักวัตถุดิบของธุรกิจตัวเองรู้ จักท้องถิ่นของตัวเอง เราก็จะได้เปรียบในการทำธุรกิจมากกว่าคนอื่นๆ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่จะทำให้ต้นทุนในการทำธุรกิจต่ำ
 

แนะSMEsไทย ทำธุรกิจให้เติบโต และประสบความสำเร็จ ต้องรู้ลึก รู้จริง รู้ทุกสิ่งในธุรกิจที่ทำ

     เวลาจะทำธุรกิจอะไร ต้องรู้ก่อนว่าเราอยู่ตรงไหน ถ้าอยู่ลำปาง แล้วอยากทำโรงงานผลิตรถยนต์ก็คงเป็นไปไม่ได้  หรืออยู่ลำปางอยากทำโรงงานน้ำตาล ซึ่งเคยมีโรงงานน้ำตาลเปิดที่นี่ แต่ต้องปิดตัวไปเพราะศักยภาพไม่ได้ ถ้าพื้นที่ไม่อำนวยในการทำธุรกิจก็จะทำให้ต้นทุนธุรกิจสูง ส่งผลกระทบหลายอย่างทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จได้
 

     ประการต่อมาคือ การมองหาวัตถุดิบในพื้นที่ว่ามีมากน้อยขนาดไหน ศักยภาพของวัตถุดิบมีหรือไม่  ใช้พลังงานอะไรบ้างหรือใช้แรงงานคนมากน้อยขนาดไหน เพราะบางพื้นที่ถ้าใช้คนงานมากๆ ก็สร้างความลำบากในการสรรหาคนเข้ามาทำงาน รวมถึงต้องเลือกทำเลที่ตั้ง สิ่งเหล่านี้ต้องคิด ต้องรู้ให้หมด ที่สำคัญที่อยากย้ำคือก่อนจะนำนวัตกรรมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ต้องคิดตอนที่ธุรกิจของเรากำลังมีรายได้สูงสุด มีกำไรดีๆ เพราะถ้ามาคิดตอนที่ธุรกิจเริ่มแย่ คุณจะเอางบประมาณที่ไหนไปซื้อเทคโนโลยี จะเอาเวลาที่ไหนไปทำ จะสรรหาคนมาทำก็ไม่ได้ เงินทุนต่างๆ ไม่ได้เตรียมไว้ ฉะนั้น ตอนที่คุณมีกำไรสูงๆ มีเวลา ลูกค้ามีความต้องการสินค้ามากๆ  ต้องเริ่มคิดที่จะนำนวัตกรรมมาใช้ในช่วงเวลานั้น จะดีที่สุด ทุกวันนี้การพัฒนาของ SMEs กลายเป็นการลอกเลียนแบบกันมากกว่า ไม่ได้พัฒนาเพื่อผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ที่สำคัญ SMEs ส่วนใหญ่พัฒนาเรื่องวัตถุดิบไม่เป็น นั่นคือจุดอ่อน การนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้แล้วต้องผสมผสานกับอย่างอื่นด้วย ถึงจะมีจุดขายที่เพิ่มขึ้น

อัพเดทเมื่อ 04/10/2560