ภาวะการท่องเที่ยวของประเทศขยายตัว จากปัญหาการเมืองในประเทศที่คลี่คลาย และรัฐมีมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง เป็นผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะร้านอาหาร ที่นอกจากจะได้ประโยชน์โดยตรงจากผู้บริโภคที่เป็นนักท่องเที่ยวทั้งจากชาวต่างชาติและเป็นคนไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีผลให้รายได้ของผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องหรือประชากรโดยรวมของประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อัตราการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารจึงสูงและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่องตามภาคการท่องเที่ยวของไทยที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติทั่วโลก
ธุรกิจร้านอาหาร เป็นธุรกิจที่มีความผันผวนต่ำไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงหรือขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศนัก โดยในช่วงปี 2556-2559 แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัวในอัตราชะลอตัว แต่ธุรกิจมีอัตราการเติบโตสูงเฉลี่ยร้อยละ 9.7 ต่อปี เพราะได้รับผลดีจากการที่ภาวะการท่องเที่ยวขยายตัว มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น ส่วนปี 2560 นี้ คาดว่า ธุรกิจร้านอาหารจะมีมูลค่า 225,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 ลดลงจากปีก่อน จากการที่รัฐปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญจากประเทศจีนเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากจีนชะลอตัว (ปี 2560 คาด 9.1 ล้านคน เพิ่มจาก 8.76 ล้านคน ปีก่อน เพียงร้อยละ 3.9) ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปี 2560 นี้ คาดว่าจะมีจำนวน 34.40 ล้านคน เพิ่มจาก 32.59 ล้านคน ปีก่อน ร้อยละ 5.6 ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 8.9 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1.80 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1.65 ล้านล้านบาท ปีก่อนร้อยละ 9.1
ข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปี 2558 พบว่า นักท่องเทียวต่างชาติมีการใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 4,962 บาทต่อวัน เป็นค่าอาหารและเครื่องดื่มร้อยละ 19.4 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นอันดับสาม รองจากค่าที่พักและซื้อสินค้าที่มีสัดส่วนร้อยละ 29.7 และ 24.3 ตามลำดับ โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศยุโรปที่มีจำนวน 6.19 ล้านคน มีการใช้จ่ายทางด้านอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 95,774 ล้านบาท มีสัดส่วนร้อยละ 29.9 ของค่าใช้จ่ายอาหารฯทั้งหมดของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มูลค่ารวมทั้งหมด 320,834 ล้านบาท เพราะมีวันพักเฉลี่ยนานถึง 16.5 วัน รองลงไป ได้แก่ จีน และอาเซียน มีการใช้จ่ายค่าอาหารฯ ประมาณร้อยละ 24.1 และ 14.2 ตามลำดับ จากการที่มีนักท่องเที่ยวมากจำนวน 8.76 และ 8.66 ล้านคน ตามลำดับ
ด้านการบริโภคของคนไทยในประเทศ สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ ม.อัสสัมชัญ สำรวจพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนกรุงเทพฯ เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 พบว่า มีการทานอาหารนอกบ้านประมาณร้อยละ 47.8 โดยอาหารที่นิยมคือ บุฟเฟต์ อาหารตามสั่ง และฟาสต์ฟู้ด ร้อยละ 62.7 48.5 และ 45.3 ตามลำดับ อาหารต่างชาติที่ชอบมากคือ ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี ร้อยละ 38.3 19.7 และ 10.2 ตามลำดับ และบุคคลที่รับประทานอาหารด้วยเป็นประจำ คือ ครอบครัว สูงถึงร้อยละ 46.1 รองลงไปได้แก่ แฟน/คนรัก เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน ร้อยละ 14.7 13.6 และ 11.7 ตามลำดับ ร้านอาหารจึงควรให้บริการอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์ เน้นกลุ่มลุกค้าที่เป็นครอบครัว
แม้ธุรกิจร้านอาหารจะมีแนวโน้มเติบโต ตามภาวะการท่องเที่ยวของประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนและประเทศในกลุ่มอาเซียน แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานก็สูง ทั้งค่าตกแต่ง ค่าเช่าสถานที่ และค่าจ้างพนักงาน อีกทั้งจำนวนคู่แข่งมากมีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นโดยตลอด นอกจากนั้นจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงและแนวโน้มเทคโนโลยี ธุรกิจร้านอาหารจึงต้องปรับตัว ด้วยการจัดทำเว็บไซต์เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ รับบริการสั่งจองและจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ ให้ลูกค้าสามารถเลือกสั่งซื้อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และบริการจัดส่งถึงที่ (Delivery) ที่สำคัญต้องให้ความสำคัญกับรสชาติอาหาร คุณภาพของวัตถุดิบให้มีความสะอาดและปลอดภัย ธุรกิจจึงจะประสบความสำเร็จและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
โดย ชัยวัฒน์ ประสมสุข รองผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายวิจัยความเสี่ยงธุรกิจ
Disclaimer : ข้อมูลในบทความ เป็นข้อมูลที่วิเคราะห์และรวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และการเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจเท่านั้น โดย บมจ.ธนาคารกรุงไทย และผู้เขียน จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่าโดยทางใด
อัพเดทเมื่อ 31/01/2561