หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
งานสัมมนา
โครงการอบรม
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


สนใจรับวิจัยธุรกิจและความรู้กรุงไทย SME ทางอีเมล์
Krungthai SME

กลยุทธ์ในการขยายกิจการ

 

 เมื่อเราทำธุรกิจมาถึงจุดหนึ่ง ย่อมมาถึงจุดที่ต้องพิจารณาขยายกิจการให้เติบโตขึ้น เพราะในโลกของการทำธุรกิจ การที่เราไม่เติบโตนั้นหมายถึงขนาดธุรกิจของเรานั้นจะเล็กลงโดยอัตโนมัติเนื่องมาจากผลกระทบจากการแข่งขันและเราถูกแบ่งยอดขายไปนั่นเอง

กลยุทธ์ในการขยายกิจการนั้นมีอยู่หลากหลายทางเลือก การจะเลือกให้เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยความพร้อมของเรา และโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเข้ามาด้วย โดยกลยุทธ์หลักในการขยายธุรกิจที่เราพบเห็นกันทั่วไป

การขายสินค้าเดิม ให้ลูกค้าเดิม (Market Penetration) แนวทางนี้ คือการพยายามให้ลูกค้าที่เคยซื้อ ซื้อเพิ่มมากขึ้น โดยมากจะใช้การจูงใจโดยมอบส่วนลดหรือสิทธิพิเศษอย่างอื่นเพิ่ม กลยุทธ์นี้จะใช้ได้ดีเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นเพราะเมื่อลูกค้าซื้อของได้จนสุดกำลังหรือไม่มีความจำเป็นต้องซื้อเพิ่มแล้ว แล้วแรงจูงใจหรือผลประโยชน์ต่างก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป

การขายสินค้าเดิม เข้าสู่ตลาดใหม่ (Market Expansion) คือการนำสินค้าเดิมที่มีอยู่ขยายเข้าสู่ลูกค้ารายใหม่หรือกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่ แนวทางนี้เหมาะสำหรับการขยายธุรกิจที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากและพนักงานสามารถทำได้ทันทีเนื่องจากมีความชำนาญในผลิตภัณฑ์เดิมอยู่แล้ว แม้จะมีความยากกว่าแนวทางแรกเล็กน้อยแต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่า

การขายสินค้าใหม่ เข้าสู่ตลาดเดิม (Market Development) คือการขายสินค้าใหม่เข้าสู่กลุ่มลูกค้าหรือตลาดเดิม แนวทางนี้จะพบบ่อยในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพราะสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเสมอ ธุรกิจจำเป็นต้องทำเมื่อสินค้าปัจจุบันนั้นเริ่มหมดความนิยมและมีสินค้าอื่นที่ดีกว่ามาทดแทนได้ ตามปกติสินค้าใหม่จะมีมูลค่าที่สูงกว่าเดิมอยู่แล้ว การที่ธุรกิจสามารถขายสินค้าใหม่ได้จึงเป็นการรักษาฐานลูกค้าและขยายธุรกิจไปในเวลาเดียวกัน

การขายสินค้าใหม่ เข้าสู่ตลาดใหม่ (Market Diversification) แนวทางของการขยายกิจการคือการขายสินค้าใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้าใหม่ แนวทางนี้ถือว่าค่อนข้างเสี่ยงแต่ก็จ้ำป็นในกรณีที่ธุรกิจเดิมมาถึงทางตันและการแข่งขันสูงเกินกว่าจะรับมือไหว การพาตัวเองออกไปสู่ตลาดใหม่จึงดูจะเป็นแนวทางที่ดีกว่า การเลือกแนวทางนี้จำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมพร้อมที่ดี แต่ผลที่ได้รับจะคุ้มค่ากว่าแนวทางอื่นๆมาก

การสร้างเครือข่ายธุรกิจ (Starting A Business Chain) อีกหนึ่งแนวทางของการขยายกิจการ แต่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าคือการสร้างเครือข่ายธุรกิจ เช่นการปรับธุรกิจเป็นระบบแฟรนไชส์ หรือวางระบบตัวแทนจำหน่ายประจำพื้นที่ ข้อดีคือเหมือนธุรกิจได้สาขาเพิ่มแต่ไม่ค้องลงทุนเองทั้งหมด รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากค่าบริหารจัดการและส่วนแบ่งกำไร แต่ก็คุ้มค่าและมีความเสี่ยงน้อยกว่าลงทุนเองทั้งหมด

การเข้าควบรวมหรือซื้อกิจการคู่แข่ง (Merging and Acquisition) แนวทางสุดท้ายในการขยายกิจการคือการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการของคู่แข่งรายอื่น โดยเป้าหมายหลักคือการเข้าควบรวมกับคู่แข่งที่มีขนาดธุรกิจรองจากเราลงไป แนวทางนี้จะใช้เงินลงทุนสูงแต่ผลตอบแทนจะได้คุ้มค่ากว่าในระยะยาวเพราะไม่มีคู่แข่งแล้ว ธุรกิจจึงเป็นผู้กำหนดราคาตลาดได้เอง

จากแนวทางทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่สามารถฟันธงได้วาแนวทางไหนดีที่สุด เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของธุรกิจและปัจจัยอื่นๆอีกหลายประการเช่น สภาพการแข่งขันของตลาดโดยรวม ความแข็งแกร่งของธุรกิจคู่แข่งหรือความนิยมของลูกค้าที่มีให้กับสินค้าของเรา จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ธุรกิจต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ

อัพเดทเมื่อ 27/04/2561